เศรษฐกิจเอเชียยังอึมครึม ภาคการผลิต-ส่งออกชะลอทั่วภูมิภาค

257

แนวโน้มเศรษฐกิจของเอเชียยังอึมครึม  เห็นได้จากกิจกรรมภาคการผลิตและออเดอร์สินค้าส่งออกเดือนก่อนที่ยังชะลอตัวทั่วทั้งภูมิภาค ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะไม่มีการฟื้นตัวอย่างเร็วรวด ท่ามกลางการค้าโลกที่ผันผวน

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของ IHS Markit ชี้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตเดือนที่แล้วร่วงลงในหลายประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้และไต้หวัน ส่งสัญญาณถึงความวิตกของภาคธุรกิจที่มีต้นตอมาจากการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของฝั่งจีนและสหรัฐ

แม้ว่ากิจกรรมในโรงงานผลิตของจีนจะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย แต่ยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกยังลดลงต่อเนื่อง โดยคาดว่าส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่าง 2 เขตเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลก

แม้ช่วงต้นสัปดาห์ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกจะกลับมาคึกคัก หลังจากผู้นำสหรัฐและผู้นำจีนที่เปิดห้องหารือนอกรอบกัน ระหว่างการประชุมสุดยอดจี 20 ที่อาร์เจนตินา ตกลงพักรบชั่วคราวเป็น‪เวลา 90 วัน‬ เพื่อเจรจาหาทางคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้า โดยในช่วงดังกล่าวสหรัฐจะยังไม่มีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแดนมังกรจาก 10% เป็น 25%  นั้นได้จุดประกายความหวังให้กับประชาคมโลกว่าคู่กรณีจะสามารถสงบศึกเป็นการถาวรในอนาคตอันใกล้ โดยไม่สร้างความปั่นป่วนให้เศรษฐกิจโลกมากไปกว่านี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมชัดเจนภายในเส้นตาย 90 วัน เป็นไปได้น้อย

“มีความเสี่ยงสูงที่สงครามการค้าจีน-สหรัฐจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังสิ้นสุดระยะพักรบ การกีดกันการค้าระหว่าง 2 ประเทศนี้ยังคงเป็นภัยคุกคามรุนแรงที่สุดสุดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก” โยชิมาสะ มารุยามะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากเอสเอ็มบีซี นิกโกะ ซีเคียวริตีส์ระบุ

โดยมีเพียงอินเดียที่สวนกระแสเพื่อนร่วมภูมิภาค กิจกรรมในภาคการผลิตประจำเดือนพฤศจิกายนขยายตัวสูงสุดในปีนี้ จากอานิสงส์ดีมานด์ที่เติบโตแข็งแกร่งจากทั้งในและนอกประเทศ เปิดทางให้ผู้ประกอบการสามารถปรับขึ้นราคาเพื่อทำกำไรมากขึ้น

ขณะที่เกาหลีใต้ กิจกรรมในโรงงานผลิตกลับมาหดตัวอีกครั้ง หลังจากเติบโตช่วงสั้นๆ 2 เดือน สาเหตุมาจากออดเดร์สินคาส่งออกทรุดตัวต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี บ่งบอกถึงดีมานด์นอกประเทศที่ชะลอตัว

ส่วนรายจ่ายด้านสินค้าคงทนในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคส่งออกก็ชะลอตัวเช่นกัน

กิจกรรมภาคการผลิตเดือนที่แล้วของแดนปลาดิบที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบปีเศษ สร้างความกังวลว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้อาจจะพลอยย่ำแย่ตามไปด้วย ซ้ำรอยไตรมาสสามซึ่งจีดีพีหดตัว 1.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ผลจากภัยธรรมชาติและดีมานด์จากนอกประเทศที่ซบเซา

นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ญี่ปุ่นจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้อีกครั้งในไตรมาสสี่ของปีนี้ แต่แรงส่งจากภายนอกประเทศที่มักจะสั่งซื้อสินค้าอย่างอุ่นหนาฝาคั่งในช่วงคริสมาสต์-ปีใหม่ มีแนวโน้มจะอ่อนแรงกว่าที่ประเมินไว้

“ดีมานด์จากภายนอกประเทศชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกโตแผ่ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวได้สูง และตอนนี้มีแนวโน้มจะชะงักงัน” โทรุ ซุเอฮิโระ นักเศรษฐศาตร์ตลาดอาวุโสจากมิซูโฮะ ซีเคียวริตีส์ให้ความเห็น

 

 

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว