ติดลบต่อไม่ไหว ช่อง 3 เลิกจ้างพนักงานรวดเดียวร่วม 100 คน!!

448

ย้อน Timeline ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2561 ของช่อง 3 ยังขาดทุนกว่า 70 ล้านบาท ก่อนประเดิมวันแรกของเดือนสุดท้ายปลายปี ด้วยมาตรการฟ้าผ่าตึกมาลีนนท์ เมื่อเฟซบุ๊กของ Paskorn Jumlongrach (ภาสกร จำลองราช) โพสต์ข้อความเรื่องพนักงานช่อง 3 เกือบ 100 คน ถูกเลิกจ้างกะทันหัน โดยในจำนวนนี้เป็นพนักงานฝ่ายข่าวร่วม 80 คน

ย้อน Timeline ช่อง 3 ฝ่าจุดเดือดปี 2561

กุมภาพันธ์ : บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 แจ้งผลประกอบการปี 2560 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า มีรายได้รวม 11,035 ล้านบาท ลดลง 10% จากปี 2559 ที่มีรายได้รวม 12,265.80 ล้านบาท ขณะที่กำไรปี 2560 อยู่ที่ 61 ล้านบาท ลดลง 95% จากปี 2559 ที่มีกำไร 1,218 ล้านบาท ตามด้วยข่าวการลาออกของนายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร และนายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการอิสระ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561

มีนาคม : ไม่ปรากฏว่ามีรายชื่อของครอบครัว “ประวิทย์ มาลีนนท์” ในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) อีกต่อไปนับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2561 หลังจากที่กลุ่มของครอบครัวประวิทย์ มาลีนนท์ เคยถือหุ้นรวมทั้งหมด 5.888% เมื่อเดือนสิงหาคม 2560

เมษายน : ช่อง 3 ประกาศโครงการ Early Retired เสนอผลตอบแทนสูงสุด 10 เท่าของเงินเดือน ตั้งเป้าลดจำนวนพนักงานไม่น้อยกว่า 100 คน โดยเล็งไปที่พนักงานฝ่ายข่าวซึ่งมีประมาณ 600-800 คน จากพนักงานทั้งหมดประมาณ 2,000 คน แต่ปรากฏว่ามีพนักงานสมัครใจเข้าร่วมโครงการจำนวนน้อยมาก

พฤศจิกายน : ช่อง 3 แจ้งผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2561 ว่ามีรายได้รวม 2,672.5 ล้านบาท ลดลง 3% จากไตรมาส 2 ปี 2561 ที่มีรายได้ 2,756.3 ล้านบาท และลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2560 ที่มีรายได้ 2,751.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 78.3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สรุปผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2561 ยังขาดทุน 70.2 ล้านบาท

ธันวาคม : ช่อง 3 เลิกจ้างพนักงานกว่า 100 คน ในจำนวนนี้เป็นพนักงานฝ่ายข่าวประมาณ 80 คน โดยทั้งหมดได้รับเงินชดเชย 10 เดือน และค่าตกใจ 2 เดือน!!  

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กของ Paskorn Jumlongrach (ภาสกร จำลองราช) ได้โพสต์ข้อความเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ว่า

“เช้าวันจันทร์ (3 ธค.2561) ดูช่างไม่สดใสสำหรับวงการสื่อ เพราะเป็นวันที่พนักงานช่อง 3 เกือบร้อยคนต้องลงชื่อพ้นสภาพ-ถูกเลิกจ้างออกจากงาน หลังจากเมื่อวันพฤหัสฯ (29 พย.) ผู้บริการช่อง 3 ได้ประชุม มีมติให้มีการเลิกจ้างพนักงาน พอวันศุกร์แจ้งให้หัวหน้าแต่ละสายงานทราบ เพื่อให้แจ้งไปยังพนักงานที่ถูกเลิกจ้างให้มาเซ็นชื่อในวันจันทร์ เรียกได้ว่าด่วนจี๋ ใครหยุดเสาร์-อาทิตย์ รู้ตัวอีกทีวันจันทร์ต้องออกจากงานแล้ว

ในจำนวนผู้ที่ถูกเลิกจ้างของช่อง 3 ครั้งนี้ เป็นพนักงานฝ่ายข่าวราว 80 คน ที่เหลือเป็นฝ่ายอื่นๆ แม้ทางช่อง 3 จะจ่ายเงินให้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน คือค่าชดเชย 10 เดือน ค่าตกใจ(ไม่แจ้งล่วงหน้า) 2 เดือน แต่การเลิกจ้างอย่างกะทันหันเช่นนี้ เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อยสำหรับชีวิตหนึ่งที่กำลังเลี้ยงดูครอบครัว โดยผู้ที่ถูกเลิกจ้างในครั้งนี้ จำนวนมากยังอยู่ในวัยกำลังแรงงาน อายุช่วง 40-55 ปี แม้พวกเขาได้รับค่าชดเชยเป็นเงินก้อน แต่คุ้มหรือไม่กับการที่ต้องออกจากงานในวัยนี้ เชื่อว่าสาเหตุที่ช่อง 3 ต้องเลิกจ้างครั้งใหญ่ เป็นผลมาจากรายได้ที่ตกต่ำ

ก่อนหน้าไม่กี่วัน สำนักข่าวรอยเตอร์ประจำประเทศไทยก็ได้เลิกจ้างนักข่าวไป 6 คนจนแทบเหี้ยน เหลือไว้เพียงแค่ 3 คน ขณะที่ยังมีข่าวแว่วมาอีกว่า ยังมีสื่อบางสำนักกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ เตรียมที่จะโละนักข่าวออกอีกชุดใหญ่ เอวังจริงครับอาชีพสื่อมวลชนไทยยามนี้”

ล่าสุด ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ (3 ธ.ค.) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ช่อง 3 ได้ส่งเอกสารถึงสำนักข่าวต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวว่า

“ตามที่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน ของไทยทีวีสีช่อง 3 มาก่อนหน้านี้ ไทยทีวีสีช่อง 3 ขอเรียนแจ้งข้อเท็จจริง เนื่องจากกระแสข่าวดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนในเนื้อหาที่นำเสนอ ดังนี้

๑. ในช่วงที่ผ่านมาไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยพิจารณาถึงจำนวนพนักงานและการตอบแทนพนักงานหลังเกษียณอายุ เนื่องจากไทยทีวีสีช่อง 3 มีจำนวนพนักงานจำนวนหนึ่งที่อายุเกินกว่า 60 ปี ดังนั้นโครงการเกษียณอายุ จึงถือเป็นทางเลือกให้กับพนักงานกลุ่มนี้ ซึ่งจำนวนผลตอบแทนที่มอบให้ในโครงการเกษียณก็สูงกว่าสิ่งที่กฏหมายแรงงานได้กำหนดไว้ พร้อมทั้งยังมีการมอบประกันสุขภาพให้พนักงานที่เข้าโครงการต่อไป เพื่อให้พนักงานยังสามารถมีประกันสุขภาพดูแลตนเองต่อไปแม้จะเกษียณอายุไปแล้ว
๒. กรณีที่พนักงานรับเงินตามโครงสร้างการเกษียณแล้ว แต่บริษัทยังเล็งเห็นศักยภาพว่ายังสามารถปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งงานนั้นได้ต่อไปอย่างเต็มที่ พนักงานผู้นั้นก็จะได้รับการว่าจ้างต่อไปตามความเหมาะสม
๓. ตามที่มีกระแสข่าวออกมาว่า ทางไทยทีวีสีช่อง 3 มีการปลดพนักงานกว่า 80 คนนั้นคลาดเคลื่อนจากความเป็นความจริง เพราะขณะนี้บริษัทยังอยู่ในการพิจารณาอัตรากำลังที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจของทีวีดิจิตอล ซึ่งยังไม่ได้มีเป้าหมายหรือตัวเลขที่ชัดเจนแต่อย่างใด
๔. อีกทั้งกรณีที่มีการเสนอข่าวว่า มีการปลดพนักงานอายุระหว่าง 40-55 ปีนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะที่จริงแล้วพนักงานในวัยนี้ถือเป็นกำลังสำคัญต่อการผลิตผลงานคุณภาพของไทยทีวีสีช่อง 3

ไทยทีวีสีช่อง 3 ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากรอยู่เสมอ เพราะพวกเขาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและผลิตผลงานคุณภาพเพื่อผู้ชม สำหรับโครงการนี้ก็เป็นสิ่งที่เราทำเพื่อปรับองค์กรให้เข้ากับสภาวะตลาด และเพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสเลือกแผนในการดำเนินชีวิตของเขาต่อไป”

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว