“อัลเคมิสท์” เอเยนซี่พันธุ์ใหม่ ปลดล็อค Big Data สู่แผนการสื่อสารตลาดยุคดิจิทัล

483

การตลาดวันนี้ถ้าไม่พูดเรื่องดิจิทัล หมายถึง คุณตกขบวน!

แต่ขบวนดิจิทัล ก็ไม่ใช่ว่า คุณจะเกาะติดไปได้ง่ายๆ หากคุณไม่เข้าใจถึงการตลาดดิจิทัลอย่างแท้จริง   เพราะจุดแรกเริ่มของการตลาดดิจิทัล คือ ข้อมูลมหาศาล หรือ Big Data ที่ถูกพูดถึงกันมาก แต่การนำ Big Data ไปใช้ในการวางแผนการตลาด ไม่ใช่ใครๆ ก็ทำได้  ต้องมีผู้นำข้อมูลมาวิเคราะห์  หรือ  Data Scientist  ที่จะเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูล และนำมาวางแผนการตลาด  ซึ่งไม่ใช่จะหาตัวได้ง่ายๆ

Nam Seng Insurance

รุ่งโรจน์ ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ดิจิทัลเอเยนซี่ครบวงจร กล่าวว่า  ในโลกธุรกิจปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การตัดสินใจของผู้บริโภค เป็นเรื่องสำคัญและควรให้ความใส่ใจอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นธุรกิจต้องค้นคว้าวิจัย เก็บข้อมูลและวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อเข้าใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ตลอดจนนำข้อมูลมาใช้อย่างถูกต้องได้มากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันข้อมูลในยุคปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้น โดยในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ผู้คนได้สร้าง Data มากกว่าการสร้าง Data ทุกช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ และในอีก 5  ปีจากนี้  Internet of Things หรือ IoT จะยิ่งสร้าง Data เพิ่มมากขึ้นอีกมหาศาล

“ปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลถึงพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้บริโภคมีความซับซ้อนและยากขึ้นกว่าอดีต  นักการตลาดหรือแบรนด์ต้องปรับตัวให้เร็วมากขึ้น หากใช้ข้อมูลจากวิธีการแบบเดิม เช่น การใช้ประสบการณ์จากอดีต (Expert Opinion) หรือการวิจัยตลาด (Market Research) อย่างเดียวอาจทำให้ไม่ได้ผล เพราะข้อมูลไม่มีความแม่นยำที่เพียงพอ (Bias) และใช้เวลานานกว่าจะนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นการวางกลยุทธ์ข้อมูลที่ดีจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ”

แรบบิท ดิจิทัล กรุ๊ป เกิดจากทีมผู้บริหารคนหนุ่มที่มองว่า ดิจิทัลไม่ใช่เป็นเพียงเทคโนโลยี  อินเทอร์เน็ต หรือแกดเจ็ต แต่ดิจิทัลคือวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในวันนี้  จึงตั้งบริษัทดิจิทัลเอเยนซี่ขึ้นมา โดยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา มีการเปิดบริษัทใหม่ๆ ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจดิจิทัลเอเยนซี่ให้ครบวงจร ตั้งแต่ แรบบิทส์ เทลล์ บริษัทโฆษณาครบวงจรทั้งออฟไลน์ และออนไลน์  มูนช็อท ดิจิตอล ดิจิทัลพีอาร์ และคอนเทนต์ออนไลน์ โค้ดแอนด์คราฟท์ บริการออกแบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น และเดอะ ซีโร่ พับลิชชิง บริการด้านสื่อออนไลน์

ล่าสุด แรบบิท ดิจิทัล กรุ๊ป เติมเต็มธุรกิจรับเทรนด์ Big Data  ด้วยการตั้ง บริษัท อัลเคมิสท์ จำกัด (Alchemist) ให้บริการด้าน Data Activation เข้ามาเสริมทัพเพื่อก้าวสู่ยุค Future of Marketing อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยทีมที่มีความเชี่ยวชาญและความสมดุลระหว่าง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Creative, Strategy และ Technology ที่ต้องใช้ทักษะมากกว่าแค่ความคิดสร้างสรรค์ในการตอบโจทย์ธุรกิจในยุคที่ข้อมูลมีบทบาทสำคัญ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็น Creative Data-Driven Company ภายในปี 2020

ไชยณัฐ สัจจะปรเมษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลเคมิสท์ จำกัด เผยว่า Data ทำให้เอเยนซี่ในวันนี้ทำงานยากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้น ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ขณะที่ลูกค้าเองมี Big Data อยู่ในมือ แต่ไม่รู้จะไปทางไหน อัลเคมิสท์ จึงเข้ามามีบทบาทและให้บริการแบบครบวงจรในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ตั้งแต่บริการที่ปรึกษาด้านข้อมูล วางแผนกลยุทธ์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนการสร้างผลิตภัณฑ์จากข้อมูล (Data-Driven Products) ซึ่งบริการทั้งหมดนี้จะมีส่วนช่วยให้ลูกค้าและผู้บริโภคใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมถึงบริการด้านอื่น ๆ เกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์และบริหารข้อมูลสำหรับการตลาดในทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยจะพลิกวิถีการทำงานของเอเยนซีด้วยการผสมผสานกลยุทธ์ด้านข้อมูลเข้ากับกลยุทธ์ด้านครีเอทีฟอย่างลงตัว

ไชยณัฐ กล่าวต่อว่า Data Activation คือการบูรณาการข้อมูลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น สามารถจัดสรรและสร้างประโยชน์ได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การนำ Data มาสร้าง One-to-One Personalization ซึ่งเป็นความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่ลึกกว่าการแบ่งกลุ่มแบบ Segmentation ซึ่งจะสามารถทำให้แบรนด์มีส่วนร่วมกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น หรือการสร้าง Customer Journey Automation ที่เข้าถึงลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นของการสร้างการรับรู้จากแบรนด์ ต่อเนื่องไปจนถึงกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจ ด้วยการวิเคราะห์และออกแบบจากความสนใจและพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นหลัก ตลอดจนสร้างให้เกิดการเลือกซื้อสินค้าในที่สุด ซึ่งเรียกได้ว่า Data Activation เป็นกลยุทธ์ใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการเดินเกมเพิ่มยอดขาย และยังสามารถลดต้นทุนทางการตลาดได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ได้เสริมทัพความแข็งแกร่งด้วยพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพื่อนำความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด และตอบสนองความต้องการลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น อาทิ Salesforce เป็นพันธมิตรทางธุรกิจในกลุ่มซอฟท์แวร์ Marketing Cloud ที่เน้นด้านการนำข้อมูลมาสร้าง Cross-Channel Automation รวมถึง One-to-One Personalization และ LINE ที่มุ่งเน้นการพัฒนา LINE Business Connect ให้กับธุรกิจ ซึ่งทำให้ LINE ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มสำหรับการส่งโฆษณาหรือโปรโมชั่นให้แก่ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังต่อยอดความเป็นไปได้ทางธุรกิจด้วยการเปิดฟีเจอร์ Business Connect เพื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของแบรนด์ ทำให้เกิดรูปแบบการใช้งานและประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย

ไชยณัฐ กล่าวว่า ทุกบริษัทมี Data ไม่จำเป็นว่าต้องมีจำนวนมาก หรือน้อย แต่อยู่ที่การนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์  โดยอัลเคมิสท์ให้บริการกับทุกองค์กรไม่ว่าจะมี Data มากหรือน้อย ลูกค้าระดับไซส์ M จนถึง L  เช่น ร้านอาหารที่มีสาขา 5-10 สาขา หรือบริษัทขนาดกลาง  ก็สามารถใช้บริการ ในแพ็กเกจราคาตั้งแต่ 5 แสนบาท -1.5 ล้านบาท

“ปีหน้าจะเป็นปีที่มีการใช้ Data กันอย่างแพร่หลาย แบรนด์ต่างๆ ต้องขยับตัวในเรื่องนี้ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีทิศทางว่าจะขยับอย่างไร เป็นโอกาสของอัลเคมิสท์ ที่จะเติบโตได้” ไชยณัฐกล่าว

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว