UNESCO ประกาศ “10 มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ของญี่ปุ่น สะท้อนความสัมพันธ์ลึกซึ้งของชุมชน

231
ภาพจาก https://walttraveler.com/travel/domestic/post-7042/

เรื่องโดย : ผศ.ณัฐธเดชน์ ชุ่มปลั่ง ภาควิชาสาธารณสุขศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ International University of Health and Welfare ประเทศญี่ปุ่น

การประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีผู้แทนจากประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เข้าร่วม 181 ประเทศ

โดยญี่ปุ่นได้มีการเสนอ “เทพเจ้าผู้มาเยือน เหล่าสรรพเทพในโฉมหน้ากาก และอาภรณ์” (Raiho-shin, ritual visits of deities in masks and costumes) และ 10 แห่งที่นำเสนอก็ได้รับการขึ้นทะเบียนสำเร็จเป็น Intangible Cultural Heritage หรือ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

ภาพแสดง 10 มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในญี่ปุ่นจาก 8 จังหวัด

ภาพจาก : https://www.asahi.com/articles/photo/AS20181129005379.html

10 มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการคัดเลือกของประเทศญี่ปุ่นนี้ มาจาก 8 จังหวัดทั่วประเทศ เหล่าบรรดาเทพเจ้าแต่ละแห่งมีความหลากหลายทั้งใบหน้าที่มีรูปแบบของความน่ากลัวและความน่าเกรงขามที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่ใช้ยังสื่อถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งแน่นแฟ้นระหว่างคนกับธรรมชาติอีกด้วย

หลายท่านคงสงสัยว่า “เทพเจ้าญี่ปุ่น” ทำไมถึงมีรูปร่างหน้าตาที่แปลกประหลาดๆ ไม่เหมือนกับเทพเจ้าที่เราเข้าใจกันโดยทั่วไป เหตุผลน่าจะมาจากแนวคิดทางคติชนวิทยาที่น่าจะอธิบายได้ว่า การมาในร่างที่น่ากลัวจะมาช่วยไล่และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายในชุมชนหมู่บ้านออกไป

การที่เทพเจ้ามายืนในบ้านของตน เชื่อว่าจะนำโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์มาให้ นอกจากนี้การมาในใบหน้าที่น่ากลัว เชื่อกันว่ามาช่วยกำราบความเกียจคร้านในตัวคนให้หายไป หรือการมาช่วยกำราบเด็กอีกด้วย

แนวความเชื่อเหล่านี้ล้วนซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างของคนญี่ปุ่นกับเทพเจ้าที่พวกเขาเชื่อถือได้เป็นอย่างดี

เทพเจ้าผู้มาเยือนจะเดินทางมาเยือนปีละ 1 ครั้งโดยวันและช่วงเวลามักจะเป็นช่วงวันสิ้นปี หรือในช่วงขึ้นศักราชใหม่ไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะให้คนในหมู่บ้าน ได้แต่งตัวเป็นเทพเจ้าและบดบังใบหน้าโดยหน้ากาก และแต่งตัวโดยใช้ฟางข้าวมาถักทอเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือใบไม้ที่มีลักษณะเป็นทางยาวมาห่อหุ้มตัว และอาจตกแต่งทาสีหรือปะด้วยโคลน โดยสังเกตได้จากแต่ละภาพจะเห็นถึงความคล้ายกันทางใบหน้า และการแต่งกายอย่างชัดเจน

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ขอเรียกแต่ละที่ว่า “เทศกาล”  แทนการเรียกชื่อเทพเจ้า   ซึ่งแต่ละที่จะมีช่วงเวลาที่จัดแตกต่างกันออกไป เช่น  เทศกาลนามาฮาเงะ (ภาพที่1)  ก็มีตัวเอกคือ ปีศาจใส่หน้ากากยักษ์ตัวแทนแห่งเทพเจ้าภูเขา จะลงมาจากภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เพื่อว่ากล่าวตักเตือนและอวยพรปีใหม่ตามบ้านปีละครั้ง

หรือเทศกาลซุเนะคะเงะ (ภาพที่2) คือ เทศกาลที่มีปีศาจใส่หน้ากากยักษ์ตัวแทนแห่งเทพเจ้าภูเขาเช่นเดียวกับนามาฮาเงะ ซึ่งก็จัดเพื่อเป็นการอธิษฐานให้เด็กเติบโต แข็งแรง เป็นต้น

เหล่านี้ล้วนเป็น “ประเพณี” ที่มีเทพเจ้าเป็นศูนย์กลางในความศรัทธา  ต่างสืบทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่าแสดงถึงศรัทธาที่ยังคงมั่นมาจนถึงทุกวันนี้

1.เทศกาล “นามาฮาเงะ” แห่งเมืองโอกะ จังหวัดอาคิตะ

ภาพจาก :  https://twitter.com/hashtag

2. เทศกาล “ซุเนะคะ” เมืองโอฟุนะโตะ จังหวัดอิวะเทะ

ภาพจาก :  https://mainichi.jp/graphs/20181129/hpj/00m/040/005000g/1

3. เทศกาล ”หุ่นฟางหน้าดำโยเนะคาวา” แห่งเมืองโทมิชิ จังหวัดมิยากิ

ภาพจาก http://senndai-tabi.seesaa.net/article/83855583.html

4. เทศกาลปีใหม่แห่ง “ยูซะ” เมืองยูซะ จังหวัดยามากาตะ

ภาพจาก :  http://www.yuza-iju.com/info2/yuzainfo/yuzainfo10/chokai/

5. เทศกาล “อะมาฮากิ” แห่งโนะโท จังหวัดอิชิกาว่า

ภาพจาก :  https://www.asahi.com/articles/photo/AS20181128005113.html

ภาพจาก :  https://ja.wikipedia.org/wiki/

6. เทศกาล “ไก่เทพ” แห่งเมืองมิชิมะ จังหวัดซากะ

ภาพจาก :  https://ja.wikipedia.org/wiki/

  1. เทศกาล “โทชิโดน” แห่งเกาะโคชิคิชิม่า จังหวัดคาโกะชิม่า

ภาพจาก :  https://tohkaishimpo.com/2016/02/19/88750/

8. เทศกาล “เมงดง” แห่งเกาะสาทสึมะ จังหวัดคาโกะชิม่า

ภาพจาก :  https://www.asahi.com/articles/photo/AS20181129003399.html

9.เทศกาล “โบเซะ” แห่งเกาะอาคุเซคิจิมะ จังหวัดคาโกะชิม่า

ภาพจาก :  https://www.nippon.com/ja/views/b08401/

  1. เทศกาล “แพนทูน” แห่งเกาะมิยาจิม่า จังหวัดโอกินาว่า

ภาพจาก :  https://pinooblog.com/miyakojima-tourism/events/pa-ntonn

สำหรับท่านใดที่ได้เคยมาเที่ยวญี่ปุ่นอาจจะคุ้นเคยเพียงแค่การไปวัด หรือศาลเจ้าเพื่อไหว้ขอพรจาก “เทพเจ้า” หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ สถานที่นั้นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับคนญี่ปุ่นเอง “เทพเจ้า” ของเขามีอยู่มากมายหลากหลาย ตามสถานที่ต่างๆ

โดยความเชื่อที่ว่า ทุกๆ ที่เป็นที่สถิตของเหล่าเทพเจ้า ตั้งแต่ธรรมชาติอย่างลม ภูเขา ไปจนถึงในบ้านเรือน เทพเจ้ามีมากมายนับไม่ถ้วนจึงใช้คำโดยรวมว่า 八百万の神 ยะโอะโยะโระสุโนะคามิ (เทพแปดล้านองค์) เป็นคำแทนในการกล่าวแสดงถึงความมีตัวตนอยู่อย่างนับไม่ถ้วนของเทพเจ้า

การที่ UNESCO ได้ประกาศให้ “เทพเจ้าผู้มาเยือนเหล่าสรรพเทพในโฉมหน้ากากและอาภรณ์” ของประเทศญี่ปุ่น แสดงให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงลักษณะทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้งของชาวญี่ปุ่น  การแสดงถึงความเชื่อ ความหวังและความศรัทธาผ่านงานเทศกาลประจำปี ล้วนเป็นเครื่องยืนยันให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักและรับรู้ว่าพวกเขาทุกคนคือเจ้าของสมบัติทางวัฒนธรรมที่ยากที่จะหาใครมาแทนที่การทำหน้าที่ในการสืบทอดหน้าที่สำคัญนี้ได้

 

 

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว