ราคาน้ำมันโลกร่วงหนัก! กดดันมหาอำนาจเคาะกำลังผลิตที่ G20

288

การประชุมครั้งสำคัญของ OPEC ช่วงต้นเดือนหน้าอาจเป็นแค่การหารือ “พอเป็นพิธี” ถ้ามหาอำนาจในตลาดน้ำมันบรรลุข้อตกลงกันได้ในการประชุม G20 ที่อาร์เจนตินาช่วงสุดสัปดาห์นี้ 

ผู้นำชาติเศรษฐกิจชั้นนำ 20 ประเทศหรือ G20 มีกำหนดจะประชุมสุดยอดที่กรุงบัวโนส ไอเรสระหว่างวันที่ ‪30 พฤศจิกายน-1 ธันวาคมนี้‬ ซึ่งมีหลายประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งหาฉันทามติ ตั้งแต่สงครามการค้าจีน-สหรัฐ ไปจนถึงราคาน้ำมันในตลาดโลก การพบปะครั้งนี้มีขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ก่อนการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก หรือ OPEC ที่กรุงเวียนนาของออสเตรีย ‪ในวันที่ 6 ธันวาคม‬นี้

“ทามัส วาร์กา” นักวิเคราะห์อาวุโสจาก PVM Oil Associates ชี้ว่า ทุกคนต่างจับตามองการประชุมโอเปกที่กำลังจะมาถึง แต่รัฐมนตรีด้านพลังงานของประเทศสมาชิกอาจแค่นั่งรอบโต๊ะประชุมพอเป็นพิธี เพื่อลงนามอย่างเป็นทางการเท่านั้น ถ้าแกนนำของแต่ละฝ่ายตกลงกันได้ตั้งแต่ที่บัวโนส ไอเรส

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลก ร่วงลง 25% มาอยู่ที่ประมาณ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังจากทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปีเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สาเหตุมาจากกำลังการผลิตล้นเกินความต้องการบริโภค ทำให้สมาชิกโอเปกและพันธมิตรนอกกลุ่มต้องหันมาหารือกันถึงความเป็นไปได้ที่จะลดกำลังการผลิตรอบใหม่ เหมือนที่เคยผนึกกำลังกันหั่นปริมาณการผลิตในปี 2016

ทั้งนี้ โอเปกและพันธมิตรนอกกลุ่มหันมาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีกครั้งเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ ตามแรงกดดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ต้องการเห็นน้ำมันถูกลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนชดเชยปริมาณน้ำมันจากอิหร่านที่จะหายไป หลังถูกสหรัฐรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่ทว่าสถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากสหรัฐออกข้อยกเว้นชั่วคราวให้ 8 ประเทศ อาทิ จีน อินเดีย และญี่ปุ่น ยังคงค้าน้ำมันกับอิหร่านได้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง จึงยังคงมีน้ำมันส่งออกจากอิหร่านไหลเวียนอยู่ในตลาดโลก

แกนนำกลุ่มโอเปกอย่างซาอุดิอาระเบีย เป็นตัวตั้งตัวตีที่เรียกร้องให้สมาชิกลดกำลังการผลิตเพื่อผ่อนคลายภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ซึ่งเพื่อนร่วมกลุ่มแทบทั้งหมดก็เห็นพ้องโดยเฉพาะประเทศขนาดเล็กในแอฟริกา อย่างแองโกล่าและอัลจีเรีย ที่มีจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่รัสเซียพันธมิตรนอกกลุ่มกลับลังเลที่จะร่วมด้วย พร้อมเตือนกลุ่มประเทศตะวันออกกลางว่าต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ ป้องกันไม่ให้พลิกนโยบายกลับไปกลับมาซ้ำรอยเดิมอีก

“คิริน ดิมิทเทรียฟ” ซีอีโอแห่งกองทุนการลงทุนโดยตรงรัสเซีย มองว่า การเป็นพันธมิตรระหว่างซาอุฯกับรัสเซียจะดำเนินต่อไปแน่นอน ถ้าทั้ง 2 ประเทศบรรลุข้อตกลงได้เร็วก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงทั้งโลกด้วย เพราะความผันผวนของราคาน้ำมันไม่ส่งผลดีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก”

อย่างไรก็ตาม การหั่นกำลังการผลิตอาจทำไม่ได้ง่ายนัก เมื่อเจอก้างชิ้นโตอย่างทรัมป์ ซึ่งส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการเห็นราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำต่อไป และกดดันโอเปกซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ให้ลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ซาอุฯ อิหลักอิเหลื่อไม่กล้าออกตัวแรงว่า จะลดกำลังการผลิตอย่างแน่นอน เพราะเกรงใจทรัมป์ซึ่งออกโรงปกป้องเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารประเทศดังกล่าว จากข้อกล่าวหามีส่วนพัวพันกับการสังหารนักข่าวเชื้อสายซาอุฯ ของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ในสถานกงสุลซาอุฯ กลางนครอิสตันบูล ตุรกี

การประชุมสุดยอด G20 เป็นโอกาสอันหาได้ยากที่ 3 ผู้ทรงอิทธิพลในตลาดน้ำมันอย่างเจ้าชายบิน ซัลมาน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียจะได้พบหารือกันถึงทางออกของปัญหานี้ ซึ่งน่าจะเป็นการพบกันครึ่งทาง โดยชาติผู้ผลิตมีกำไรเพิ่มขึ้นระดับหนึ่งส่วนประเทศผู้บริโภคน้ำมันมีต้นทุนสูงขึ้นไม่มากนัก

ขึ้นอยู่กับว่าบิน ซัลมานและปูตินจะเกลี้ยกล่อมทรัมป์ได้สำเร็จหรือไม่

 

 

362Degree.com