วิชาการไม่ควรอยู่บนหิ้ง สสว. จับมือ มหิดล นำงานวิจัยช่วย SMEs กีฬา

182

จากแนวคิดของผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. สุวรรณชัย โลหะวัฒนะ ที่มองการขับเคลื่อนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่า จำเป็นต้องนำองค์ความรู้จากภายนอกเข้ามาเสริมศักยภาพให้เอสเอ็มอีไทยแข็งแรงพร้อมรับการแข่งขัน

ซึ่งก็ตรงกับแนวคิดของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มองว่างานวิจัยต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยจัดทำขึ้นส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ ไม่เคยนำออกไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคม จึงเกิดเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล โดยบัณฑิตวิทยาลัย กับ สสว. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ในการพัฒนาการศึกษา การวิจัย และพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการ เพื่อสร้างผู้ประกอบการรายใหม่

โดยโครงการแรกเป็นการยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจด้านกีฬาของประเทศไทย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนทั่วไป นักกีฬาสมัครเล่น และนักกีฬาอาชีพ โดยเป็นความร่วมมือในการศึกษา การวิจัย การพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการ การพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรม และกิจกรรมต่าง ๆ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจด้านกีฬาของประเทศไทย

ศ.นพ. บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ภายใต้บริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว SME หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นกลไกหนึ่งและเป็นพลังสำคัญที่สนับสนุนพัฒนาการเติบโตในภาคส่วนของเศรษฐกิจของทุกประเทศ ไม่ว่าธุรกิจเล็กหรือธุรกิจใหญ่ให้เดินไปข้างหน้า และจากกระแสคนไทยที่ตื่นตัวกับกระแสรักสุขภาพ สอดรับกับการเติบโตกีฬาประเภทต่าง ๆ หรือ การออกกำลังกายใหม่ ๆ ด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายต่าง ๆ ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน และยกระดับธุรกิจด้านสุขภาพ  เป็นผลให้มีการสร้างนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ หรือ อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการสนับสนุนด้านการออกกำลังกายหรือกีฬา เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีของคนไทย และพัฒนาศักยภาพนักกีฬาสมัครเล่น หรือนักกีฬาอาชีพ

ทั้งนี้ ความร่วมมือกันในกรอบวัตถุประสงค์ ประกอบด้วย

1) สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการ และการบริการสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้ประกอบการด้านกีฬา

2) ร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร เสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบัติงาน การแลกเปลี่ยนบุคลากร และทรัพยากรระหว่างกัน รวมถึงการขยายเครือข่ายความร่วมมือไปหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3) ร่วมมือในการศึกษาวิจัย พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม และเผยแพร่องค์ความรู้ในการพัฒนาผู้ประกอบการด้านกีฬา

4) ร่วมมือในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ประกอบการธุรกิจด้านกีฬา

ด้าน สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า ในปีที่ผ่านมา สสว. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการ SME ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งการพัฒนาผู้ประกอบการโดยการสร้างให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเครือข่าย ทำให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยได้นำนโยบายการพัฒนาเครือข่ายหรือคลัสเตอร์มากำหนดแนวทางการส่งเสริม SME เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ  ผ่านโครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ในปี 2561เน้นการกระตุ้นความเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการ คำนึงถึงความต้องการของตลาด ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เน้นการพัฒนาผู้ประกอบการในเครือข่ายให้มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

จากข้อมูล สสว. มีจำนวนผู้ประกอบการ SME ที่ประกอบกิจกรรมด้านกีฬา ปี 2560 จำนวน 7,534 ราย มีอัตราการขยายตัวของผู้ประกอบการ SME ที่ประกอบกิจกรรมด้านกีฬา ปี 2559 และ ปี 2560 โดยเฉลี่ย 2.7 % เฉพาะกิจกรรมด้านการจัดการแข่งขันกีฬา มีอัตราขยายตัวมากถึง 11.2 % และการดำเนินกิจการสถานที่ออกกำลังกาย 9.2%

โดยในปีนี้  สสว. ได้ดำเนินการส่งเสริมธุรกิจทางด้านสุขภาพ ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายมวยไทยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน กรุงเทพ และปริมณฑล ให้เกิดการยกระดับศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ มากกว่า 510 ราย เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่า 20.71 ล้านบาท โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ซึ่งหากมีการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องก็จะสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล ดั

ในปี 2562 สสว.จึงได้ดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการเครือข่ายธุรกิจกีฬา Sport Economy ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือและเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ให้รวมกันเป็นคลัสเตอร์ที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดย สสว. และ ม.มหิดล จะจัดเวทีแลกเปลี่ยน รับฟังความคิดเห็น และความต้องการเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการส่งเสริม และพัฒนาของผู้ประกอบการด้านกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม

การลงนาม MOU ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมองค์ความรู้ด้านกีฬา 7 หมวด เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการ ได้แก่  เวชศาสตร์การกีฬา,  โภชนาการ, จิตวิทยาการกีฬา,  ชีวกลศาสตร์,  สรีระวิทยา, การฝึกสอนกีฬา และการจัดการกีฬา   ซึ่งองค์ความรู้ในศาสตร์ดังกล่าวจากส่วนงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยมหิดล  สามารถให้การสนับสนุน เพื่อพัฒนาผู้ประกอบ การทางด้านกีฬาให้มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ SME ได้อย่างดียิ่ง

ศ.ดร.พญ. พัชรีย์ เลิศฤทธิ์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ศาตร์ต่างๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุน SME อาทิ   วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มีการสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การร่วมมือและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ และบุคคลทั่วไป เช่น การร่วมมือกับผู้ประกอบการในการทำวิจัยเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ เช่น ชุดชั้นในสุภาพสตรีสำหรับการออกกำลังกาย รองเท้ากีฬาสำหรับกีฬาแต่ละประเภท คลินิกทางด้านกีฬา และการทดสอบผลิตภัณฑ์

สถาบันโภชนการ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มีการสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ รวมถึงการวิจัยและบริการวิชาการ ได้แก่ การประเมินภาวะโภชนาการ เครื่องมือที่ใช้วัดองค์ประกอบของร่างกาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาและคนไข้ โปรแกรมประเมินคุณค่าสารอาหาร การให้คำปรึกษา และองค์ความรู้ด้านโภชนาการ

คณะกายภาพบำบัด มีคลินิกกายภาพบำบัดให้กับนักกีฬา หรือการดูแลนักกีฬาในการแข่งขัน การดูแลประเมินอาหารบาดเจ็บให้กับคนทั่วไป นักกีฬา และผู้ออกกำลังกาย

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มีการสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทการจัดการการกีฬา ซึ่งเน้นการทำธุรกิจทางด้านกีฬาให้มีความยั่งยืน การใช้ศาสตร์การจัดการจากหลายๆ คณะของมหาวิทยาลัย รวมถึงการจัดอบรมระยะสั้นให้ความรู้กับผู้ประกอบการด้านการกีฬา

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ Cyborg Olympic เป็นการพัฒนาอุปกรณ์กระตุ้นคนพิการครึ่งซีกเพื่อใช้ในการแข่งกีฬาได้โดยการควบคุมทางสมอง ซึ่งอนาคตจะนำไปใช้ในการแข่งขันอีก 4 ปีข้างหน้า การพัฒนาเครื่องใช้วัดและทำนายความบาดเจ็บของนักกีฬากอล์ฟ เครื่องตรวจวัดอารมณ์และฝึกสมาธินักกีฬา เครื่องมือฝึกการต่อยมวย การพัฒนาเซ็นเชอร์วัดความแรง ความเร็วต่อสู้สำหรับการฝึกซ้อมเทควันโด้

โดยผู้อำนวยการ สสว.ให้ข้อมูลเสริมว่า ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายมีมูลค่านับแสนล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มฟิตเนส และกลุ่มอาหารเสริมที่มีมูลค่าสูงถึงปีละหลายหมื่นล้านบาท  เป็นโอกาสให้กับ SME ไทยที่จะมีการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสามารถสร้างโอกาสเติบโตธุรกิจนี้ได้

“การออกกำลังกายถือเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ปัจจุบันคนไทยมีการจับจ่ายในร้านกีฬาครั้งละ 2-3 พันบาท จนทำให้ตลาดด้านการออกกำลังกาย ทั้งสถานออกกำลังกาย เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ อาหารเสริม เครื่องดื่มเกลือแร่ รวมกันมีมูลค่านับแสนล้านบาทต่อปี ดังนั้นความร่วมมือการนำองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยมหิดลนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการช่วยยกระดับพัฒนาศักยภาพให้กับ SME แต่ยังเป็นการช่วยให้ธุรกิจโดยรวมเติบโตขึ้น เปลี่ยนความรู้ให้เป็นธุรกิจ และเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นความรู้  ถือเป็นการทำงานเชิงลึกของ สสว. ที่มุ่งพัฒนาความรู้ สร้างวิธีคิดใหม่ๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับ SME ไทย”   ผอ. สสว.กล่าว

เรียนโปรแกรมสำหรับกราฟิค แบบตัวต่อตัว