Noburo จุดไอเดียแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ให้ความรู้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทย

235

“สตาร์ทอัพ” กลุ่มฟินเทคในประเทศไทยเกิดขึ้นมากมายหลากรูปแบบ แม้จะยังไม่มากนัก แต่ก็ถือเป็นสตาร์ทอัพแถวหน้าที่ได้รับความสนใจ เพราะในยุคไทยแลนด์ 4.0 ธุรกิจกรรมการเงินกับเทคโนโลยีคือ การอำนวยความสะดวกทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เร็วขึ้น และสะดวกขึ้น 

กลุ่มสตาร์ทอัพที่ชื่อ Noburo” ได้เลือกนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มปล่อยกู้สำหรับธุรกิจ ด้วยการเชื่อมต่อกับธุรกิจเดิมของครอบครัว “น้องดิว-ธิษณา ธิติศักดิ์สกุล” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Noburo ที่ทำเรื่องสินเชื่ออยู่แล้ว มาสร้างเป็นจุดแข็งให้กับทั้งแพลตฟอร์มการปล่อยกู้และธุรกิจของครอบครัว โดยร่วมกับเพื่อนสนิทอีก 2 คน คือ ท้อป-อานุภาพ วิรัตนภานุ และตาล-ศวิตา น้ามังคละกุล สร้างสรรค์แพลตฟอร์มตัวนี้ขึ้นมา

“ดิว” เล่าว่า ที่บ้านทำธุรกิจหลายอย่าง โดยคุณพ่อเคยอยู่สายแบงค์ เป็นผู้บริหารเคทีซีมาก่อน และคุณพ่อก็ออกมาก่อตั้ง บริษัท ไอทีทีพี สถาบันการเงินสินเชื่อส่วนบุคคลและนาโนไฟแนนซ์ ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเธอเองก็เข้ามาช่วยงานในบริษัทแห่งนี้ด้วย

น้องดิว-ธิษณา ธิติศักดิ์สกุล”ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Noburo

จากแนวคิดที่ได้มาจากตอนเรียน “ดิว” มีความสนใจช่วยเหลืองานด้านสังคม และเคยทำโครงการด้านสังคม ชื่อ “light me up project” ด้วยความตั้งใจที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความยากจน และวันหนึ่งที่เธอได้กลับมาช่วยงานของครอบครัวทำให้เกิดมุมมองที่ว่า คนไทยเป็นหนี้สินครัวเรือนเยอะ การปล่อยเงินกู้คือการไปเพิ่มหนี้ให้คนไทย แบบนี้มันจะถูกต้องหรือเปล่า แต่ด้วยความจำเป็นทางการเงิน ก็ทำให้ธุรกิจการปล่อยสินเชื่อเป็นที่ต้องการของสังคม

“ความจำเป็นกับความถูกต้อง และการเดินหน้าของธุรกิจ” ผนวกกันออกมาเป็น บริษัท โนบูโระ จำกัด

“ดิว” แยกส่วน (spinoff) ของโนบูโระ ออกมาจากไอทีทีพี สร้างเป็นองค์กรด้วยคอนเซ็ปท์ของสวัสดิการทางด้านการเงิน (financial wellness services for blue-collar workers) องค์กรนี้ไม่ใช่แค่ออกมาทำธุรกิจการปล่อยสินเชื่อ แต่เป็นเหมือนพี่เลี้ยง เมื่อให้กู้แล้วก็จะดูแลผู้กู้ ทำให้ผู้กู้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการการเงินได้ ไม่เป็นหนี้นอกระบบ

เรียกได้ว่า เป็นการทำธุรกิจแบบรับผิดชอบสังคมไปในตัว ไม่ใช่แค่ปล่อยกู้ แล้วคอยเก็บดอก ฟันกำไรเพียงอย่างเดียว เป็นการช่วยเหลือ ให้ความรู้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้กู้

“ดิว”  มองว่า การทำธุรกิจนอนแบงค์นั้นยังมีหลายๆ จุดที่ไม่ตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อย และสิ่งที่จะนำเข้ามาเติมเต็มจุดนี้ได้ นอกจากไอเดียที่มีแล้วก็คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสาน ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น คล่องตัวขึ้น โดยการนำความถนัดของเพื่อนในการพัฒนาระบบเข้ามาสร้างเป็นแอพพลิเคชั่น

“เรามีใจที่อยากช่วยให้คนไทยรู้จักการใช้เงิน เลยพยายามศึกษาว่ามันจะไปด้วยกันได้อย่างไรกับธุรกิจของไอทีทีพี และเมื่อเข้าไปทำงานสักระยะก็เริ่มเห็นช่องทาง จึงทำเป็นโมเดล คนที่เงินเดือนต่ำกว่า 1.5 หมื่น เขาไม่มีความรู้ด้านการเงินเลย อันนี้คือ กลุ่มเป้าหมายของเรา เราพยายามหาความรู้เพิ่ม ดูว่ามีวิธีช่วยเขาได้ไหม เขารายได้ไม่พอรายจ่าย แล้วก็ไปพบว่ามีอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งเคยปลดหนี้นอกระบบได้ เราเลยจะเอาโมเดลนี้มาถอดแบบ ใส่เทคโนโลยีเข้าไปช่วย”

โมเดลนี้ แบ่งเป็น 3 โมดูล คือ 1. ปล่อยสินเชื่อขนาดเล็ก ให้เขานำไปจ่ายหนี้นอกระบบ แล้วก็แสดงความจริงใจ สร้างความคุ้นเคยกับเขาเสียก่อน ให้ดอกเบี้ยถูกมาก ตอนนี้กำลังดีไซน์ว่าเขาต้องอยู่บนแอพพลิเคชั่นของ Nonuro ทำบัญชีรายรับรายจ่าย วงเงินก้อนแรก เราให้ 0.5 เท่าของรายได้ แล้วเราจะปลดล็อคให้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาอยู่ในวินัย ตามข้อกำหนด

2. ขอข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของผู้กู้จากบริษัทที่เขาทำงานอยู่ โดย Noburo จะทำงานร่วมกับบริษัทของผู้กู้ จะมีการติดตามดูระยะเวลา 6-12 เดือน หรือมากกว่านั้น และ 3. Noburo จะทำหน้าที่ให้ความรู้ทางการเงินกับผู้กู้ เขาต้องรู้ว่าสุดท้ายจะหลุดหนี้ได้เมื่อไร หลุดอย่างไร เป็นการทำให้เขามีความหวังในการปลดหนี้ ถ้าเขาทำตามขั้นตอน มีความตั้งใจ และมีวินัย

ส่วนเทคโนโลยีจะทำให้มองเห็นภาพและเห็นขั้นตอน เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูล เช็คได้ตลอด ความหวังใกล้เข้ามาหรือยัง เป็นระบบช่วยการปลดล็อคหนี้

วิธีการดำเนินงานของ Noburo คือ การเลือกเข้าไปคุยกับองค์กรที่มีความพร้อม และมีความต้องการช่วยเหลือพนักงานจริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นธุรกิจครอบครัว เราจะเข้าไปคุยว่าเขาอยากช่วยคนกลุ่มไหน แล้วจะมีการออกแบบตามโจทย์ของแต่ละองค์กร ซึ่งขณะนี้มีการประสานงานร่วมกันอยู่ราว 20 องค์กร โดยจากความช่วยเหลือของไอทีทีพี ดอกเบี้ยที่ปล่อยกู้จะอยู่ที่ 15%ต่อปี ในขณะที่หนี้นอกระบบ 40% ต่อเดือน นอนแบงค์ 28%ต่อปี

ถ้าโมเดลแรกที่จะเริ่มใช้ไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2562 สำเร็จ คำนวณคร่าวๆ จากจำนวนวงเงินที่เป็นหนี้ 5 แสน กับคนรายได้ 1 หมื่นต้นๆ หนึ่งปีขึ้นไปจะเริ่มปลดหนี้ได้

เมื่อโมเดลแรกเดินหน้าเราก็เปิดตัว (rollout) ให้กับเจ้าอื่นๆ เป็นการให้สวัสดิการทางด้านการเงิน (financial wellness services for blue-collar workers) แต่จะเมคชัวร์ว่า เมื่อเขากู้เงินไปแล้ว และเข้าระบบแล้ว คุณภาพชีวิตเขาจะดีขึ้นแน่นอน

 

หากถามว่า Noburo เป็นองค์กรกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) หรือเปล่า “ดิว” บอกว่า เธอไม่แน่ใจเหมือนกัน เธอรู้เพียงว่า เธอต้องการช่วยสังคม ขณะเดียวกันบริษัทต้องมีรายได้และมีกำไร

และถ้าโมเดลนี้เวิร์คก็จะสามารถทำโมเดลอื่นๆ ขึ้นมาช่วยคนได้ทุกระดับ รวมทั้งกลุ่มผู้ทำธุรกิจค้าขายทั่วไป พ่อค้าแม่ค้าที่มีรายได้รายวัน จะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ Noburo จะเข้าไปช่วยเหลือ

“การมาทำตรงนี้ มันท้าทายเยอะ มันเกี่ยวกับคนเยอะ เป็นการเปลี่ยนมายด์เซ็ท เปลี่ยนพฤติกรรมคน ท้าทายมาก แต่มันก็ดีมาก ถ้าเราทำสำเร็จ” นักคิดรุ่นใหม่คนนี้อธิบายต่อว่า “milestone หรือขั้นตอนแรกของเราคือ ต้องส่งออกโมเดลแรก financial application model แล้วสเต็ปถัดไปคือ ขยายไปในวงกว้างขึ้น และจะทำอย่างไรให้คนที่หลุดพ้นจากการเป็นหนี้แล้ว ไม่กลับไปในวงจรเดิมอีก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก”

ในส่วนของงาน “ดิว” และทีมของเธอยังเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ด้วยวิธีการทำงานที่เคลียร์และชัดเจน ถ้ามีเรื่องไม่โอเค ก็เรียกมาคุยกัน แก้ ปรับ และจูนกันไป พยายามสื่อสารกันให้มาก และทุกคนต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา

จากการลงมาลุยงานร่วมกับเพื่อนสนิท “ดิว” บอกว่า เธอใช้ความถนัดของแต่ละคนให้เกิดประโยชน์ และให้คนๆ นั้นรับผิดชอบงานที่ตัวเองถนัดไป โดยเธอและเพื่อนผู้ร่วมงานต่างมีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน และขณะนี้เธอก็พยายามคัดเลือกคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำงานเพิ่ม โดยคัดเลือกทั้งคนเก่งและคนมีไฟ คนที่อยากมาทำอะไรแบบนี้ร่วมกัน เพราะเธอเชื่อว่าคนถ้าใจมันมาแล้ว มันน่าจะทำงานด้วยกันได้ และน่าจะทำได้สำเร็จตามเป้า

 

 

 

 

362Degree.com