“วลาดิมีร์ ปูติน” แห่งรัสเซียส่งสัญญาณบุกเอเชีย พร้อมลุยตลาดทหาร-พลังงาน

612

ปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย มาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายนนี้ ที่ประเทศสิงคโปร์ด้วยตัวเอง ต่างจากปีก่อนๆ ที่จะส่งนายดิมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมแทน

นับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า “รัสเซีย” ได้หันมาให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียมากขึ้น หลังจากร้าวฉานกับยุโรปตะวันตก

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย

ทั้งนี้ เป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษที่รัสเซียมองข้ามเอเชียแปซิฟิก และมุ่งเน้นไปที่ยุโรป นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 แต่สายสัมพันธ์กับยุโรปมีอันต้องเสื่อมถอยลง เมื่อรัสเซียผนวกแคว้นไครเมียร์เป็นส่วนหนึ่งของประเทศในปี 2014 ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับชาติตะวันตก ตามมาด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากยุโรปและสหรัฐ

รัสเซียเริ่มตระหนักว่าเอเชีย โดยเฉพาะอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพทั้งในด้านกระจายความเสี่ยง ด้านความสัมพันธ์ทางการทูต และเป็นตลาดรับซื้อสินค้า แต่ต้องเร่งเครื่องไล่ตามจีน ญี่ปุ่นและสหรัฐที่เดินหน้าไปก่อนนานแล้วให้ทัน

ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะ เมื่อประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเอเชียมากนัก เห็นได้จากการที่ไม่มาปรากฏตัวในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก แต่ส่งนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี มาเป็นตัวแทน

ว่ากันว่า หนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของรัสเซียหนีไม่พ้นอาวุธ โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ยังคุกรุ่น ความต้องการเสริมเขี้ยวเล็บในแถบนี้จึงพุ่งสูง เวียดนามเป็นหนึ่งในชาติที่อ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลดังกล่าวเพิ่งสั่งซื้ออาวุธจากแดนหมีขาวมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับอินโดนีเซียที่สั่งซื้อเครื่องบินรบมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ และยืนกรานจะเดินหน้าต่อแม้สหรัฐขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตร ขณะที่อุตสาหกรรมการบินของรัสเซียยังมีแผนจะขายเครื่องบินพาณิชย์รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ทหารให้กับแดนอิเหนาด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลปูตินยังหยิบยื่นไมตรีให้กับฟิลิปปินส์ด้วยการทำข้อตกลงมอบยุทธภัณฑ์ในราคามิตรภาพ แม้ที่ผ่านมาฟิลิปปินส์จะพึ่งพาอาวุธจากสหรัฐเป็นหลัก แต่ก็ถือเป็นการปูทางสู่ตลาดใหม่ในอนาคตของรัสเซีย

นอกเหนือจากด้านการทหาร พลังงานเป็นอีกหนึ่งสินค้าออกสำคัญของรัสเซีย โดยยอดส่งออกน้ำมันและก๊าซจากแดนหมีขาวไปยังอาเซียนเพิ่มขึ้น 5 เท่านับจากปี 2013 จากอานิสงส์ของเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ด้านพลังงานสะอาดอย่างนิวเคลียร์ก็ได้รับการตอบรับจากภูมิภาคดังกล่าวด้วยดี รัฐวิสาหกิจโรซาทอมของรัสเซีย กำลังอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ทั้งยังมีโครงการเป็นรูปธรรมจะไปลงเสาเข็มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเวียดนาม เนื่องจากภาพลักษณ์ด้านนิวเคลียร์ของรัสเซียในอาเซียนเป็นไปในแง่บวก ทำให้มีโอกาสขยายตลาดได้สูง ต่างจากในยุโรปที่มองว่าพลังงานดังกล่าวของรัสเซียถูกใช้ในด้านการทหารเป็นหลัก

แม้รัสเซียยังไม่มียุทธศาสตร์ระยะยาวที่ชัดเจนในการบุกเอเชีย แต่การฉกฉวยโอกาสแทรกตัวเข้าไปที่ภาวะที่มหาอำนาจเดิมเสื่อมอิทธิพลหรือมุ่งความสนใจไปยังภูมิภาคอื่น ก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผล เหมือนการเข้าไปมีบทบาทในตะวันออกกลางที่สหรัฐเคยยึดหัวหาด ส่วนอาเซียน การมีรัสเซียมาช่วยถ่วงดุลอำนาจของสหรัฐและจีน ทั้งในด้านความมั่นคงตลอดจนการค้าการลงทุน ก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

 

 

The Viriyah Insurance