กลุ่มประเทศเกิดใหม่-ประเทศกำลังพัฒนาดันอุตสาหกรรมการบินโลกโต คาดจีนขึ้น N0.1 ของโลก

79

ประเทศตลาดเกิดใหม่และชาติกำลังพัฒนาจะกลายเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในตลาดการเดินทางอากาศ โดยจีนจะผงาดเป็นเบอร์ 1 ภายใน 20 ปีเศษ

สภาท่าอากาศยานระหว่างประเทศ (Airports Council International: ACI) คาดการณ์ว่า ภายในปี 2040 ประเทศตลาดเกิดใหม่จะครองสัดส่วนถึง 60% ในธุรกิจการเดินทางโดยเครื่องบิน

ยอดผู้โดยสารทางอากาศทะลุ 8,200 ล้านคนในปีที่แล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี 2034 หากขยายตัวในอัตรา 4.3% ต่อเนื่อง และในระยะยาวจะเติบโตในอัตราปีละ 4.1% ทำให้ยอดผู้โดยสารปี 2040 อยู่ที่ 20,900 ล้านคน

ในช่วงดังกล่าว จีนจะขึ้นแท่นตลาดผู้โดยสารทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก เกือบ 4,000 ล้านคน หรือ 19% ของผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลก ประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ที่อยู่ในท้อปลิสต์ ได้แก่ อินโดนีเซีย ตุรกี และบ้านใกล้เรือนเคียงของไทย อย่างเวียดนาม
ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศ ACI ประเมินว่า ในปี 2040 จะมีปริมาณสูงถึง 203.4 ล้านตัน โดย 20% ของตัวเลขข้างต้นอยู่ในสหรัฐ มีจีนและสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์รั้งอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันใกล้เคียงกับส่วนแบ่งตลาดของสหรัฐประเทศเดียว

แม้ว่าการขนสินค้าทางอากาศจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในปีที่แล้ว แต่มีความเป็นไปได้น้อยที่ปีนี้จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะมีปัจจัยลบหลายอย่าง โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ที่ต่างฝ่ายต่างตอบโต้กันด้วยการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ส่งผลให้ปริมาณการค้าชะลอตัว นอกจากนี้ความตึงเครียดทางการเมืองในหลายภูมิภาคยังมีผลให้บรรยากาศทางการค้าอึมครึม

นางสาวแองเจลา กิทเทนส์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ ACI ระบุว่า “แนวโน้มการเติบโตของตลาดขนส่งผู้โดยสารทางอากาศยังคงแข็งแกร่ง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ขณะที่แนวโน้มระยะสั้นของตลาดขนส่งสินค้าค่อนข้างน่ากังวล แต่ในระยะยาวดูสดใส จำนวนผู้โดยสารทางอากาศน่าจะทะลุ 8,700 ล้านคนในปีนี้ และในปี 2022ตัวเลขการเติบโตผู้โดยสารจะ เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเกือบ 30%” พร้อมเสริมด้วยว่า ศูนย์กลางการบินจะเคลื่อนมาทางซีกโลกตะวันออกมากขึ้น เพราะพื้นที่ที่มีจำนวนผู้โดยสารพุ่งสูงอย่างรวดเร็วคือประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะแถบเอเชียแปซิฟิค

แม้ว่า ดีมานด์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจะเป็นสัญญาณบวก แต่ดูเหมือนฝั่งซัพพลายจะยังไม่พร้อมรับสถานการณ์ นางสาวกิทเทนส์ยอมรับว่า แผนการสร้างหรือขยายสนามบินทั่วโลกในขณะนี้ไม่เพียงพอที่จะรองรับการเพิ่มจำนวนของผู้โดยสาร การเร่งปรับแผนเพื่อป้องกันปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่น่าวิตกในขณะนี้หนีไม่พ้น ความตึงเครียดทางการเมืองและการกีดกันทางการค้า ซึ่งส่งผลให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความพยายามเปิดเสรีด้านการบินเป็นไปได้ยาก

“อุตสาหกรรมการบินต้องผนึกกำลังกันต่อสู้กับความท้าทาย ภาครัฐทั้งในระดับประเทศและระดับโลกต้องช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อการเติบโตยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวกิทเทนส์ทิ้งท้าย

 

 

362Degree.com