“ทรัมป์” ดีเดย์คว่ำบาตรอิหร่าน “รัสเซีย” ไม่แคร์ยันค้าน้ำมันต่อเนื่อง

741

มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่ออิหร่านของสหรัฐมีผลบังคับใช้วันนี้ (5 พ.ย) ด้านรัสเซียท้าทายด้วยการยืนยันว่ายังคงค้าขายกับแดนเปอร์เซียต่อไป และอ้างว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของสหรัฐนั้น “ผิดกฎหมาย”

เป็นอีกครั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฉีกข้อตกลงที่ริเริ่มในยุคอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา และกลับลำนโยบายแบบ 180 องศา โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน อ้างว่าประเทศดังกล่าวละเมิดข้อตกลงด้วยการลักลอบพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พร้อมทั้งกลับมาใช้มาตรการลงโทษทางการค้าอีกครั้ง โดยเฉพาะการห้ามค้าน้ำมัน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเส้นเลือดใหญ่ของอิหร่าน

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย

อย่างไรก็ตาม นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รัฐมนตรีพลังงานของรัสเซียเผยว่า จะยังคงพัฒนาการค้าน้ำมันกับอิหร่านต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาดำเนินการภายใต้โครงการน้ำมันแลกอาหารที่มีการตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งรัสเซียทำหน้าที่เหมือนคนกลางนำเชื้อเพลิงไปขายต่อให้ประเทศที่สาม และ “ยืนยันชัดเจน” ว่า จะเดินหน้าซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อแม้ว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ ยิ่งไปกว่านั้น การค้าน้ำมันระหว่างรัฐบาลเตหะรานกับรัฐบาลมอสโกใช้เงินสกุลยูโรเป็นสื่อกลาง จึงลดความเป็นไปได้ที่จะถูกสหรัฐแทรกแซง

นายโนวัค เสริมด้วยว่า จะไม่ยอมรับมาตรการคว่ำบาตรเพียงฝ่ายเดียวที่ไม่ได้รับการเห็นชอบจากสหประชาชาติ (UN) “เรามองว่าวิธีการแบบนี้ผิดกฎหมาย” ต่างจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านที่ได้รับไฟเขียวจากยูเอ็นและมีหลายชาติร่วมลงนาม

ระหว่างการเยือนมอสโกสัปดาห์ที่แล้ว นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความั่นคงสายเหยี่ยวของทรัมป์ กล่าวเตือนรัฐบาลรัสเซียว่า ความพยายามช่วยเหลืออิหร่านในการนำน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกอาจไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย

ก่อนที่สหรัฐจะประกาศใช้บทลงโทษทางการค้ารอบใหม่ ยอดส่งออกน้ำมันของอิหร่านพุ่งแตะระดับ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (bpd) และร่วงลงเหลือ 1.7 ล้าน bpd ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

การประกาศลงโทษทางการค้าต่ออิหร่านสร้างความกังวลให้กับนักลงทุน จนกดดันให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ที่ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนที่แล้ว ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลงมาเมื่อผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบียเพิ่มกำลังการผลิต

แม้ว่ารัสเซียจะยืนหยัดซื้อเชื้อเพลิงจากอิหร่าน แต่กระบวนการไม่จบแค่นั้น โดยรัสเซียจะต้องหาประเทศที่จะรับซื้อน้ำมันต่อ ซึ่งมีไม่กี่ชาติที่พร้อมจะตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐด้วยการรับซื้อน้ำมันอิหร่าน อย่างไรก็ตาม มีข่าวจากวงในรัฐบาลสหรัฐว่า นายทรัมป์อนุมัติให้ 8 ประเทศ ซื้อขายน้ำมันกับอิหร่านได้ต่อไปอีกระยะ ซึ่งคาดว่า ในจำนวนดังกล่าวรวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น จีนและเกาหลีใต้

ด้านนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมพลังงานประเมินว่า หลังมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐเริ่มมีผล อิหร่านจะส่งออกน้ำมันได้ราว 1 ล้าน bpd ลูกค้าส่วนใหญ่ได้แก่ประเทศในเอเชียที่ได้รับการยกเว้นจากสหรัฐ

การยืนหยัดเคียงข้างอิหร่านในช่วงเวลาที่ยากลำบากของรัสเซีย สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นของ 2 ประเทศดังกล่าว ซึ่งผนึกกำลังกันถือหางประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย หวังลดทอนอิทธิพลของทั้งสหรัฐและซาอุดิอาระเบียในคาบสมุทรอาหรับ

 

 

The Viriyah Insurance