แอสเสท เวิร์ค พร้อมเปิด “เกตเวย์ แอท บางซื่อ” จองพื้นที่ CBD ใหม่ของคนกรุง

348

เส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังเดินหน้าก่อสร้างกันจนวุ่นวายไปทั่วกรุงเทพฯ เวลานี้   เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เมืองหลวงของคนไทยขยายตัวออกไปเรื่อยๆ  ไม่เพียงแต่เขตพื้นที่พักอาศัยของผู้คนที่จะขยายออกไปตามเส้นทางรถไฟฟ้า  เขตพื้นที่ธุรกิจเกิดใหม่ที่จะเป็น New CBD(Central Business District)  ทนแทนพื้นที่ธุรกิจเดิมๆ อย่าง สีลม สาทร หรืออโศก ก็เกิดขึ้นในหลายๆพื้นที่ ทั้งพระราม 9 , ลาดพร้าว  หรือบางนา

แต่พื้นที่ที่ดูจะมีศักยภาพสูงสุด ที่จะกลายเป็น New CBD  ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ คงต้องยกให้ “บางซื่อ”

บางซื่อ ถือเป็นย่านเมืองเก่า แหล่งการค้าดั้งเดิม เพราะมีสถานีรถไฟตั้งอยู่  มาจนถึงปัจจุบัน บางซื่อกลายเป็นที่ตั้งขององค์กรชั้นนำ อย่าง กลุ่ม SCG  สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ  และเป็นต้นทางของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

แต่ในอนาคตอีก 2-3 ปีนี้ บางซื่อจะเปลี่ยนโฉม กลายเป็นศูนย์กลางคมนาคมทางราง เรียกว่า “สถานีกลางบางซื่อ”  ที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งหลักของกรุงเทพฯ โดยมีการเชื่อมต่อกับรถประจำทางสายต่างจังหวัดและเชื่อมโยงกับทางรถไฟและ สถานีรถไฟใต้ดิน  นอกจากนี้ เส้นทางรถไฟฟ้า 4 สาย คือสายเหนือ สายใต้ สายตะวันออกและสายของกรุงเทพฯ จะมาเชื่อมต่อกับสถานีบางซื่ออีกด้วย

         ณภัทร เจริญกุล หัวหน้าสายงานกลุ่มค้าปลีก กลุ่มแอสเสท เวิรด์ รีเทล ในเครือของ   แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (ทีซีซี กรุ๊ป)  เผยว่า พื้นที่เขตบางซื่อถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ คมนาคม การศึกษา รวมถึงมีประชากรที่อาศัยอยู่เดิมและย้ายเข้ามาอยู่ใหม่จำนวนมาก โดยพื้นที่รอบศูนย์ฯ ในระยะรัศมี 5-7 กิโลเมตรนั้นครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพตอนเหนือ 5 เขต มีเขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตบางพลัด เขตจตุจักร เขตพญาไท   และจ. นนทบุรี 2 เขต คือ เขตเมืองนนทบุรี เขตบางกรวย ซึ่งมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่กว่า 606,000 คน

โดยบางซื่อเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการกว่า 14 แห่ง รวมไปถึงที่ตั้งรัฐสภาแห่งใหม่  อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมากกว่า 10 แห่ง  โรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากกว่า 23 แห่งรายล้อมรอบพื้นที่ รวมถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่อีก 5 แห่ง และยังมีโครงการที่อยู่อาศัยจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำมากกว่า 18 โครงการ จำนวนรวมกว่า 30,000 ยูนิต  อีกทั้งยังมีโครงข่ายการคมนาคมที่สมบูรณ์และเป็น Link Gate Hub ทางด่วน 2 เส้น ประกอบด้วย ทางด่วนประชาชื่น และทางด่วนศรีรัช  รถเมล์สาธารณะ 4 สาย เรือสาธารณะ 3 ท่า รถไฟสถานีบางซื่อ รถไฟฟ้า MRT ถึง 2 สถานี ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีเตาปูน และในอนาคตกับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสีน้ำเงินสถานี บางโพ

ณภัทร กล่าวต่อว่า  การเป็นพื้นที่ทำมีสถานที่สำคัญมากมาย และเป็นศูนย์กลางคมนาคม ารเดินทางที่สะดวกสบาย ดึงดูดกลุ่มคนให้เข้ามาพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งปัจจัยข้างต้นถือเป็นโอกาสทางธุรกิจในการเปิดตัวศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ  ที่จะสามารถตอบสนองและเติมเต็มความต้องการของกลุ่มคนในย่านบางซื่อ

 

ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ ภายใต้แพลตฟอร์ม Community Shopping Mall อย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน นี้ จากการศึกษาในขั้นตอนเตรียมการก่อสร้างศูนย์การค้าเกตุเวย์ แอท บางซื่อ พบว่า ครัวเรือนในย่านนี้มีกำลังซื้อสูง รายได้ประมาณ 70,000 บาทต่อครัวเรือน  นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งการค้าดั้งเดิมของกรุงเทพฯ ตอนเหนือที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างมาก จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาธุรกิจรีเทลในย่านบางซื่อนี้

ด้าน ณพล พรสมบุณ หัวหน้างานแผนธุรกิจและลูกค้า ให้รายละเอียดของศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท  บางซื่อว่าได้วางคอนเซปต์ ‘Simple, Complete, Fun and Friendly’ ที่กลายเป็นนิยามของศูนย์การค้าฯคือ “Fulfill Your Everyday Life – เติมเต็มทุกความต้องการในแบบคุณ”  ภายในศูนย์การค้าจึงได้มีการสร้างความหลากหลายของสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างครบครัน บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ และมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 95,000 ตารางเมตร รวม 11 ชั้น ที่จอดรถ 1,100 คัน มีพื้นที่ให้เช่าถึง 39,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 400 ร้านค้า ด้วยงบลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันปิดการขายไปแล้ว 95% และก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 90% เจาะกลุ่มลูกค้าผู้อยู่อาศัยในพื้นที่บางซื่อและบริเวณโดยรอบ ได้แก่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มคนทำงาน กลุ่มนักเรียนนักศึกษา

“ภาพรวมการแข่งขันธุรกิจรีเทลในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเมืองเศรษฐกิจนั้น ยังมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องต่อไปอีก 1-2 ปี ดังนั้น ผู้ประกอบต้องสร้างธุรกิจที่มีความแตกต่างและมีศักยภาพในการตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้า ซึ่งการลงทุนในเมืองขนาดใหญ่ยังมีความน่าสนใจและยังมีช่องทางในการลงทุน ทั้งจากการขยายตัวของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน “

โดยบริษัทฯ จะเน้นการเพิ่มมิติใหม่ๆ ให้แก่วงการธุรกิจรีเทลในไทย ทั้งการใช้โมเดลตลาดชุมชนที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างผู้เช่ารายใหญ่และรายย่อย ให้สามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตในระยะยาว รวมถึงต้องพัฒนารูปแบบศูนย์การค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อเติมเต็มความต้องการ และสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า    ในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ ที่จะสามารถใช้เวลากับครอบครัว คนรัก หรือแม้แต่การให้เวลากับตัวเอง เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาดีๆ ในแต่ละวันได้ง่ายๆ ใกล้บ้านหรือที่ทำงานได้อยู่เสมอ”

ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ ประกอบด้วย โซน Urban Market ที่วางคอนเซ็ปและบรรยากาศให้มีกลิ่นอายความเป็นมาร์เก็ตที่ยกระดับมาตรฐานการบริการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวานใน Take Home, สินค้าเครื่องครัวเครื่องใช้ และสินค้าและบริการเกี่ยวกับการดำรงชีวิตพื้นฐาน โซน Everyday Fashion ที่มีการรวบรวมสินค้าทั้งแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้า ชุดกีฬา รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอางค์ โซน Fast Fashion Brand ที่รวมแบรนด์ชั้นนำมากมายให้เลือกสรรง่ายๆตามสไตล์คุณ Urbano   ที่รวมเทรนด์แฟชั่นไว้อย่างครบครันเพื่อให้ลูกค้าได้สนุกไปกับการแต่งตัวในโลกแฟชั่น โซน Lifestyle Living ซึ่งรวมสินค้าและบริการต่างๆ เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน ร้านหนังสือ บริการทางการเงินและไอทีไว้อย่างครบครัน โซน Lifestyle Dining เป็นแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดังไว้มากมายเพื่อให้นักชิมทุกท่านได้ลิ้มลองและอิ่มอร่อยกับทุกเมนูในทุกๆมื้อ โซน Play & Learn แหล่งรวมความสนุก ความรู้ และส่งเสริมทางความคิด ไอเดียสร้างสรรค์ ให้กับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสอนพิเศษ, ติวเตอร์, Kids zone สำหรับวัยเด็กและวัยเรียน โซน Office พื้นที่สำนักงานเช่าสำหรับวัยทำงาน อีกทั้งยังมีโซน Entertainment  โรงภาพยนตร์จากเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จำนวน 6 โรง ทั้งหมด 1,450 ที่นั่ง และบริการด้านเกมส์ รวมถึง เจ็ทส์ ฟิสเนส สำหรับคนรักสุขภาพที่เปิดให้บริการ 24 ชม.

“เราตั้งเป้าให้ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ กลายเป็นศูนย์การค้าที่อยู่ในใจของลูกค้า สามารถตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์คนในย่านบางซื่อ – บางโพ ที่อดีต ในรัศมี 5 กิโลเมตรไม่มีศูนย์การค้าครบวงจรเช่น เกตเวย์ แอท บางซื่อ ทำให้ที่ผ่านมามีการจับจ่ายน้อย ทั้งที่รายได้ของคนในเขตบางซื่อนี้ ติดอันดับเขตที่ครัวเรือนมีรายได้สูงระดับแนวหน้าของกรุงเทพฯ”

362Degree.com