วิเคราะห์ “กองทุน TFFIF“ ใครได้ประโยชน์? นักลงทุน – กทพ.- ประเทศ

4349

ถึงวันนี้นักลงทุนคงได้รู้จัก กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย” หรือ Thailand Future Fund – TFFIF   กันไปพอสมควรแล้วว่า เป็นกองทุนที่จะเข้าลงทุนครั้งแรกในสิทธิในการรับรายได้ที่ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นระยะเวลา 30 ปีนับแต่วันที่ TFFIF มีสิทธิในรายได้ที่โอน โดยมีบริษัทจัดการคือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย

แต่การจัดตั้ง TFFIF นี้ ใครคือผู้ได้ประโยชน์?  นักลงทุน การทางพิเศษฯ หรือประเทศ

 ข้อมูลสถิติของ World Economic Forum ปี 2560-2561 ได้จัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 32 จาก 137 ประเทศ แต่หากพิจารณาเฉพาะด้านคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในภาพรวมอยู่อันดับที่ 43 ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ทั้งสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน รวมถึงมาเลเซีย

ดังนั้น ภาครัฐจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศโดยเฉพาะด้านคมนาคมขนส่ง ลดต้นทุนการขนส่ง และเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค และให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน

ประเทศได้ประโยชน์ ขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานโดยไม่ต้องกู้เงิน

ประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวในงานเสวนา Thailand Future Fund: ก้าวต่อไปของ กทพ. เพื่ออนาคตประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีนโยบายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศ แต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ในช่วงที่ผ่านมาจึงมีความจำเป็นต้องทำงบประมาณขาดดุลมาหลายปี   ส่งผลให้ปัจจุบันงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในแต่ละปีของไทยมีเพียง 20% ของงบประมาณ หรือประมาณ 5 แสนล้านต่อปีเท่านั้น แต่ความจำเป็นในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยยังมีอยู่มาก  จึงต้องหาทางเลือกอื่นในการระดมทุน

การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยหรือ Thailand Future Fund – TFFIF  ถือเป็นทางเลือกในการระดมทุนรูปแบบใหม่ เพราะ TFFIF ไม่ใช่การกู้เงิน ไม่ได้สร้างภาระหนี้เพิ่มขึ้น และไม่กระทบต่อระดับหนี้สาธารณะของประเทศ แต่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดภาระทางการคลังของรัฐบาล ลดการพึ่งพาการกู้ยืมเงินในการพัฒนาประเทศไทย และเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนประเภทต่างๆ ทั้งประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบันได้มีโอกาสลงทุนในกิจการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศอย่างเช่นทางพิเศษ โดยหน่วยงานเจ้าของทรัพย์สินยังคงได้รับรายได้ส่วนหนึ่งของโครงการ และมีโอกาสจะได้รับรายได้เพิ่มเติม หากมีผู้ใช้ทางพิเศษเป็นจำนวนมากขึ้นจนมีรายได้มากกว่าที่ประมาณการไว้

กทพ. ได้ประโยชน์ มีเงินทุนขยายเส้นทางโดยไม่ต้องรองบประมาณประเทศ

สุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาครัฐมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจพึ่งพาตนเองในการระดมเงินลงทุน เพราะงบประมาณของประเทศต้องใช้ในการพัฒนาในหลายๆ ด้าน หากรอการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล ประเทศอาจเสียประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาล ทั้งการดึงดูดต่างชาติมาลงทุนในประเทศ รวมถึงการคมนาคมของประชาชน เนื่องจากปริมาณการจราจรโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ยังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง จึงเป็นภารกิจของหน่วยงานในการขยายเส้นทางใหม่ๆ ให้ทันกับความต้องการ

โดย TFFIF จะลงทุนในสิทธิในการรับรายได้ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี ในขณะที่ กทพ. จะยังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินและเป็นผู้บริหารจัดการทางพิเศษ 2 สายทางนี้เช่นเดิม อีกทั้ง กทพ. ยังสามารถนำเงินที่ได้จากการโอนสิทธิในรายได้ดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้หรือการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐดั่งเช่นที่ผ่านมา โดย กทพ. จะนำเงินดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาทางพิเศษ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการทางพิเศษพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก และโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก และส่วนต่อขยายทดแทน ตอน N1 ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร และช่วยขยายโครงข่ายทางพิเศษให้ครอบคลุมเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทางพิเศษ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นักลงทุนได้ประโยชน์ ความเสี่ยงไม่มาก แต่ผลตอบแทนมั่นคง

ชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทจัดการ กล่าวว่า หลังจากที่ TFFIF เข้าลงทุนในสิทธิในการรับรายได้ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี กทพ. จะยังคงสถานะเป็นเจ้าของทรัพย์สินเช่นเดิม โดยในฐานะบริษัทจัดการพร้อมทำงานร่วมกันเพื่อบริหารกองทุน TFFIF ให้สามารถจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกคน

ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทจัดการ กล่าวว่า การลงทุนใน TFFIF ถือว่ามีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ นักลงทุนรายย่อยยังได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีจากเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนเป็นเวลา 8 ปีอีกด้วย

กองทุน TFFIF จึงถือเป็นกองทุนที่มีศักยภาพ เนื่องจากจะเข้าลงทุนครั้งแรกในสิทธิในการรับส่วนแบ่งรายได้ของทางพิเศษของรัฐที่มีกระแสรายได้ที่มั่นคง นอกจากนี้ กองทุนยังมีโอกาสเติบโตในอนาคตจากการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นและโอกาสในการรับผลตอบแทนที่คุ้มค่าของนักลงทุน …

362Degree.com