“เอสเอ็มอี” เตรียมเฮ! SME Bank ส่งหน่วยเคลื่อนที่ปล่อยกู้ถึงประตูบ้าน

255

ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นับเป็นปัญหาหนักอกสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก หรือ กลุ่มเอสเอ็มอีมายาวนาน เนื่องจากมีข้อจำกัดทั้งด้านหลักทรัพย์ค้ำประกัน ความรู้เรื่องระบบัญชี ฯลฯ

โดยล่าสุดมหาวิทยาลัยหอการค้าได้ทำสำรวจหัวข้อ “การเข้าถึงสินเชื่อของ SMEsไทย” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 ราย  ดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา 45.66% นิติบุคคล 14.53% อื่นๆ 20.31% และธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียน 19.49% พบว่า  ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา

“ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย” รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ข้อมูลว่าในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ไทยมีความต้องการขอสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง 56.23% โดยยื่นขอจากธนาคารพาณิชย์ 41.21% ธนาคารของรัฐ 30.80%  และเพื่อลงทุนหรือขยายกิจการ 61.4%  โดยยื่นขอจากธนาคารพาณิชย์ 40.94% ธนาคารของรัฐ 30.19%

และหากแยกตามขนาดธุรกิจพบว่า ขนาดเล็กต้องการกู้เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง 55.5%  ขยายธุรกิจ 46.3% ชำระหนี้เก่า 31.7% เป็นต้น สูงกว่าธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการกู้เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง 45.3%  ขยายธุรกิจ 51.2% ชำระหนี้เก่า 40.7% เป็นต้น

โดยกลุ่มตัวอย่างระบุด้วยว่า เมื่อจะกู้เงินธุรกิจกลุ่มนี้มักจะนึกถึงหน่วยงานธนาคารของเอกชน 28.78% ธนาคารของรัฐ 23.48% ซึ่งหากแยกเป็นขนาดธุรกิจ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กบอกว่า นึกถึงธนาคารของเอกชน 28.6% ธนาคารของรัฐ 23.4% ส่วนขนาดกลาง นึกถึงธนาคารของเอกชน 30.7% ธนาคารของรัฐ 23.9%

นอกจากนี้ ยังพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 24.61% บอกว่าเคยยื่นขอสินเชื่อ ส่วนอีก 75.39% บอกว่าไม่เคยยื่นขอ ในจำนวนนี้ 44.11% คิดว่ายื่นไปก็ไม่ได้ โดยมองว่าหลักทรัพย์ที่ค้ำมีมูลค่าน้อย หรือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำเลย ไม่มีประวัติการชำระเงิน  และไม่มีการทำบัญชี เป็นต้น

ต่อประเด็นคำถามที่ว่า  ธุรกิจกกลุ่มนี้มีความสามารถในการเข้าถึงนโยบายและมาตรการของภาครัฐในการปล่อยสินเชื่อให้ SMEs มากน้อยแค่ไหน กลุ่มตัวอย่างระบุว่า “มาก” จำนวน 29.35%  ส่วนที่ระบุว่าปานกลาง  น้อย และไม่มีโอกาสเลย รวมกันถึง 70.64%

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญคือ ไม่รู้เงื่อนไข 42.14%  คิดว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็กไม่น่าจะผ่าน 28.05% ไม่มีความเคลื่อนไหวของเงินในบัญชี 25.35% ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 19.13% ไม่มีคนค้ำประกัน 16.67% ไม่ทราบว่าจะติดต่อที่ใด 10.92% และไม่มีความรู้ในการทำบัญชี 3.64%

รศ.ดร.ธนวรรธน์” ย้ำว่า ผลสำรวจดังกล่าวนี้สะท้อนถึงสถานการณ์ธุรกิจของ SMEs มีผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคต โดยพบว่า SMEs ขนาดเล็กไม่มีการทำบัญชีเลยถึง 10.95% ขณะที่ SMEs ที่ไม่ใช่นิติบุคคล ไม่ได้ทำบัญชีถึง 12.10% โดยสาเหตุที่ไม่ทำบัญชีเนื่องจาก “ลืม ไม่มีเวลาทำบัญชี มองว่าไม่ได้เอาไปใช้อะไร เสียเวลาจัดทำ ไม่รู้ว่าทำบัญชีอย่างไร และเอกสารไม่ครบถ้วน”

ขณะที่ “มงคล  ลีลาธรรม” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank หรือ ธพว.)  วิเคราะห์ว่าจากผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการ SMEs ขนาดเล็กที่มีจำนวนกว่า 3 ล้านราย โอกาสเข้าถึงสินเชื่อยากกว่าขนาดกลาง รวมถึงยังมีความต้องการให้การเข้าถึงสินเชื่อสะดวกยิ่งขึ้น และธนาคารของรัฐจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs นึกถึงเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการกู้เงิน

ดังนั้นทางธพว. ได้ยกระดับการทำงานเชิงรุก เป็นฝ่ายเดินเข้าไปอำนวยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการเสียเอง ผ่านแพลตฟอร์ม SME D Bank แอปพลิเคชั่นบริการครบวงจรเพื่อเอสเอ็มอีไทย  ทำงานควบคู่กับหน่วยบริการเคลื่อนที่ “รถม้าเติมทุน ส่งเสริม SMEsไทย ฉับไว ไปถึงถิ่น” โดยเชื่อว่าจะตอบโจทย์ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ลดขั้นตอนการขอสินเชื่อ ช่วยให้เข้าถึงแหล่งทุนได้สะดวกสบายและมากยิ่งขึ้น  ขจัดข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ให้หมดไปด้วย

 

 

362Degree.com