ลอรีอัล กวาดรายได้รวมครึ่งปีแรกกว่า 5 แสนล้านบาท ชี้ตลาดเอเชียแปซิฟิกเติบโตเพิ่มขึ้น 22%

315

แม้สภาพเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในกระแสของความเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับนโยบายทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน แต่ตลาดความงาม กลับเติบโตในเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยล่าสุด “ลอรีอัล” บริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลกที่มีแบรนด์ในเครือกว่า 34 แบรนด์ ได้เปิดเผยผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2561 สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 มีรายได้รวม 13,390 ล้านยูโร หรือประมาณ 516,200 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางและแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง มีการเติบโตขึ้นในระดับเลขสองหลัก ได้แก่ แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโต 11.4% และแผนกเครื่องสำอางชั้นสูงเติบโต 13.5% ขณะที่แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพเติบโต 2.5% และแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโต 1.6%

สำหรับตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่เข้มแข็งที่สุดคือกลุ่มตลาดใหม่ ประกอบด้วย ตลาดลาตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก แอฟริกาและตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก โดยในแถบเอเชียแปซิฟิกเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 22% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มแบรนด์ในตลาดระดับพรีเมี่ยมในประเทศจีนและฮ่องกง ตลาดอเมริกาเหนือ มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 3% ในขณะที่ตลาดยุโรปตะวันตกเติบโตลดลง 0.8%

มร.ฌอง-พอล แอกง ประธานและเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า “ตลาดความงามยังคงคึกคักต่อเนื่องและมีการยกระดับเข้าสู่ตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น การเติบโตในระดับเลขสองหลักของแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางและแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง มีปัจจัยสำคัญมาจากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมและความความเข้มแข็งของแบรนด์ นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากช่องทางอีคอมเมิร์ซยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมากถึง 36.4% โดยนับเป็น 9.5% ของรายได้รวม ขณะที่ในช่องทางค้าปลีกสินค้าปลอดภาษีนั้น ลอรีอัลเติบโตขึ้นถึง 27.3% ด้วยอัตราการเติบโตในครึ่งปีแรก ในปีนี้ บริษัทจึงมั่นใจว่าจะสามารถมีอัตราเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมได้สำเร็จ”

นอกจากนั้น ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ลอรีอัลได้รุกขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้าซื้อกิจการและบรรลุข้อตกลงลิขสิทธิ์หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ ซื้อกิจการบริษัทเครื่องสำอางเกาหลี สไตล์นันดะ แบรนด์ 3CE และซื้อกิจการแบรนด์พัลพ์ไรออท (Pulp Riot) ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมมืออาชีพจากอเมริกา อีกทั้งยังบรรลุข้อตกลงลิขสิทธิ์กับวาเลนติโน ในส่วนผลิตภัณฑ์น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ลอรีอัล ยังประกาศโครงการเข้าซื้อกิจการสถานีน้ำแร่โซไซเท เด เธิร์มส์ เดอ ลาโรช-โพเซย์ (Société des Thermes de La Roche-Posay) ซึ่งเป็นสถานีน้ำแร่แห่งแรกในยุโรปที่ก่อตั้งในปี 1921 เพื่อรักษาและบรรเทาอาการโรคผิวหนัง อาทิ โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ โรคสะเก็ดเงิน แผลไฟไหม้ อาการข้างเคียงของผิวหนังจากการรักษามะเร็ง ด้วยคุณสมบัติของน้ำแร่ลาโรช-โพเซย์

รวมทั้งยังซื้อกิจการบริษัทโลโกโคส นาทัวคอสเมติค เอจี (Logocos Naturkosmetik AG) ประเทศเยอรมนี ที่เป็นแนวหน้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติจากฟาร์มออแกนิก ซึ่งทุกแบรนด์เป็นวีแกน โดยมีแบรนด์อาทิโลโกนา (Logona) และซานเธ (Sante) โดยลอรีอัลมีแผนที่จะนำแบรนด์ดังกล่าวจัดจำหน่ายในต่างประเทศด้วย

ขอบคุณภาพ Featured จาก : loreal-finance.com

362Degree.com