ลีนุตพงษ์-กิกี้ พา กระทิงดุ “ลัมโบร์กินี” กลับมายิ่งใหญ่

289

ปัญหาของผู้แทนจำหน่ายที่โดนภาครัฐตรวจสอบการทำธุรกิจในปีที่ผ่านมา ทำให้แบรนด์ซูเปอร์คาร์กระทิงดุ จากอิตาลี “ลัมโบร์กินี” ติดหล่มอยู่ร่วมปี

แต่เมื่อสัญญาตัวแทนจำหน่ายรายเดิมหมดลงเมื่อต้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่า เสน่ห์ของซูเปอร์คาร์ที่มีตำนานยาวนานตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  และชื่อเสียงของลัมโบร์กินี  ก็ดึงดูดให้ผู้แทนจำหน่ายรายใหม่เข้ามาแทนที่ไม่ยาก

ล่าสุด ลัมโบร์กินี ออโตโมบิลี เอเชียแปซิฟิก ก็ได้ประกาศแต่งตั้ง บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ในเครือชาริช โฮลดิ้ง เป็นตัวแทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการ รายเดียวในประเทศไทย เดินหน้าผลักดันลัมโบร์กินีให้เป็นแบรนด์ซูเปอร์คาร์ชั้นแนวหน้าในใจคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมด้วยมาตรฐานบริการระดับโลก

โดยเรนาสโซ มอเตอร์ เป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างชาริส โฮลดิ้ง ของอภิชาต ลีนุตพงษ์  บริษัทผู้นำเข้ารถจักรยานยนต์ดูคาติ และรอยัล เอนฟิลด์,  หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ แบรนด์ไอโรบอท,  เครื่องล้างแปรงแต่งหน้าอัจฉริยะแบรนด์สไตล์โปร  สมาร์ท อิเล็กทริก, สกู๊ตเตอร์ อันดับหนึ่งของโลกแบรนด์นิว,  ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและโรงงานผลิตแบตเตอรี่อันดับหนึ่งของโลกแบรนด์บีวายดี  ร่วมลงทุนกับ กิกี้ศักดิ์ นานา  นักแข่งรถชื่อดัง

มัตเตโอ ออเทนซี่ ประธานกรรมการบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท  ออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี จำกัด  กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของลัมโบร์กินีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งปัญหาในปีที่ผ่านมาก็ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบ ยอดขายลัมโบร์กินีหยุดชะงัก โดยเหตุผลที่ลัมโบร์กินีเลือกเรนาสโซ มอเตอร์ มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย

1) ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ ของชาริช โฮลดิ้ง บริษัทที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ชั้นนำของวงการยานยนต์จากทั่วโลก ที่มีความเข้าใจลูกค้าและตลาดรถนำเข้าเป็นอย่างดี

2) ทีมผู้บริหารมืออาชีพ ที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจ และวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับดีเอ็นเอของลัมโบร์กินี

3) คุณภาพระดับสูงในการให้บริการหลังการขาย ด้วยทีมที่มีความเชี่ยวชาญผ่านการอบรมตามมาตรฐานระดับโลก ที่จะสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับเจ้าของรถลัมโบร์กินีทุกราย

มัตโตโอ ตั้งเป้าหมายว่า เรนาสโซ มอเตอร์ จะช่วยผลักดันยอดขายให้กับลัมโบร์กินีได้ปีละ 40-50 คัน

ด้าน ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า เรนาสโซฯ  จะรุกตลาดด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน คือ

1) ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ลัมโบร์กินีให้แข็งแกร่งผ่านการดำเนินกิจกรรมการตลาดที่สร้างสรรค์และกิจกรรมเพื่อสังคม รวมทั้งสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมาย

2) เน้นสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าด้วยมาตรฐานการให้บริการสูงสุด

3) รองรับบริการหลังการขายอย่างครบวงจร ด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลก ซึ่งจะช่วยผลักดันให้แบรนด์ลัมโบร์กินีเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งสมศักดิ์ศรีสุดยอดรถซูเปอร์คาร์สุดหรูในใจผู้คนทั่วโลก

สำหรับแผนการดำเนินงานของ เรนาสโซ มอเตอร์ ประกอบด้วย การจัดตั้งโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” ด้วยงบลงทุน 150 ล้านบาท  ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้สำนักงานใหญ่การบินไทย  ให้บริการด้วยมาตรฐานสูงสุด มีพื้นที่ใช้สอย 5,000 ตารางเมตร จัดแสดงยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ลัมโบร์กินีทุกรุ่น รวมทั้งเป็นศูนย์บริการหลังการขายครบวงจรขนาด 7 ช่องซ่อม เพียบพร้อมด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน สามารถรองรับรถเข้าซ่อมบำรุงได้มากกว่า 1,000 คันต่อปี  คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2561

แต่ระหว่างการก่อสร้างศูนย์บริการครบวงจรนี้  เรนาสโซฯ จะมีการเปิดศูนย์บริการชั่วคราว บนถนนรามคำแหง 3/1 คลองตัน  ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 เพื่อให้บริการลูกค้าลัมโบร์กินีในประเทศไทย ที่มีอยู่ราว 300 คัน  โดยรับดูแลให้กับรถลัมโบร์กินีทุกคัน ไม่ว่าจะซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายใด และจะไม่มีการเก็บค่าแรกเข้า

“ภายใต้การดูแลของเรนาสโซ มอเตอร์ เราพร้อมจำหน่ายลัมโบร์กินีทุกรุ่น  ทุกไลน์อัพ รวมถึงลัมโบร์กินี SUV  รุ่น URUS ที่จะเปิดตัวในปีนี้  โดยจะใช้นโยบาย One Price Policy  จำหน่ายลัมโบร์กินีในราคามาตรฐานเดียวกัน  เพื่อทำให้  ลัมโบร์กินี จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ม.ล. ณัฐสิทธิ์ กล่าว

362Degree.com