6 กุนซือภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม แนะไม่ใช่แค่โตให้ไว แต่ทำไมต้องโตให้ “ยกกำลัง”

0
551

ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวงาน “SingularityU Thailand Summit 2018” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับการสัมมนาที่รวมกลุ่มผู้นำความคิดและนวัตกรรมระดับโลก มีผู้บริหารระดับแถวหน้าในแวดวงธุรกิจของไทย จากอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, ธนาคารไทยพาณิชย์, ดีลอยท์ (Deloitte) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) มาร่วมเสวนาเกี่ยวกับการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) และการปรับตัวของภาคส่วนต่างๆ  ในวันที่การเติบโตทางเทคโนโลยีเกินกว่าคำว่า “รวดเร็ว” เป็นอย่างมาก ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และภาครัฐต่างๆ จะต้องเตรียมรับมืออย่างไร จึงจะ “โตเกินไว” ทันเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดดนี้

และนี่คือทัศนะส่วนหนึ่งจาก 6 ผู้นำทั้งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมบนเวทีเสวนาในวันนั้น

1.“เทคโนโลยีไม่มีเจ้าของ” (Technology serves all humans)

“จุดประสงค์ของเทคโนโลยีคือการเกิดมาไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มใด แต่เพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์ทุกคน”

ชานนท์ เรืองกฤตยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) กล่าว “การพัฒนาและการเข้าถึงของเทคโนโลยี หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอุปสงค์-อุปทานที่เปลี่ยนไป และความต้องการที่เปลี่ยนไปนี้เอง ที่ทำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่อาจอยู่นิ่งตามโมเดลเดิมของตนเองได้อีกต่อไปแล้ว สำหรับจุดแข็งของภูมิภาคเรา อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่พัฒนาด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่สุด แต่เป็นการปรับใช้สิ่งที่มีให้กลายเป็นโซลูชั่นที่แก้ปัญหาตามนัยยะของแต่ละพื้นที่และวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม และสามารถขยายผลไปสูการพัฒนาในตลาดนานาชาติได้”

2.“แปลงร่าง สร้างผลงาน” (Perform and transform)

“จะตามเทคโนโลยีให้ทัน ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงตนเองไปพร้อมๆ กันกับการสร้างผลงานให้ได้”

อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ บริษัทผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงการปรับตัวขององค์กรในก้าวสำคัญของวงการว่า “คุณไม่สามารถทำงานแบบเดิมได้อีกแล้ว ความคล่องตัว (Agility) ความเข้าใจและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data analysis) และความรู้เรื่องระบบนิเวศดิจิทัล (Digital Ecosystem) เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้คุณอยู่ได้ เพราะไม่ว่าคุณจะเคยแข็งแกร่งแค่ไหน หากปรับตัวไม่ได้คุณก็จะหายไป”

3.“จับมือไว้ โตไปด้วยกัน” (Kayaking through hyper-connected world)

“เหมือนคุณจ้ำเรือคายัคในกระแสน้ำเชี่ยว ถ้าคุณไม่ระวัง เรือคุณก็จะคว่ำ”

ดร. แจนสัน แยป ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงระดับโลก และประธานฝ่าย Innovation Practice จาก ดีลอยท์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงการอยู่รอดของภาคธุรกิจท่ามกลางการแข่งขันว่า “นอกเหนือจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สิ่งที่จะมีผลกระทบอย่างมากกับโลกแห่งการเชื่อมต่อของทุกสิ่งตลอดเวลา (Hyper-connected world) คือ ความร่วมมือกันในระบบนิเวศของแวดวงต่างๆ (Integration and ecosystem partnership) ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญและเป็นสิ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกธุรกิจกับเทคโนโลยีไปพร้อมๆ กัน”

4.“กระแสและโอกาส” (Trend and opportunities)

“สำหรับภาครัฐ ความพยายามในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องของ ‘กระแส’ และ ‘โอกาส’ ยังคงเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ ของเรา”

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กล่าวเกี่ยวกับนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” และความท้าทายที่ภาครัฐกำลังเผชิญว่า “ทางรัฐเองกำลังมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียม และเร่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโอกาสในการพัฒนาความเป็นอยู่ด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการทำให้ประเทศไทย 4.0 เป็นจริง”

5.“รับ ปรับ ขยับตัว” (Adopt, Adapt, Ahead)

“การเรียนรู้และปรับตัวเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เรายืนอยู่เหนือความเปลี่ยนแปลงได้ แต่เรากลับมีเวลาน้อยลงทุกทีในการทำเช่นนั้น”

ดร.จอห์น เลสลี่ มิลลาร์ จาก บริษัท เอกซ์โพเนนเชียล วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการเติบโตที่ต้องทำไปควบคู่กันระหว่างธุรกิจและเทคโนโลยีว่า “สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเพียง 1 ใน 10 ของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ และเราไม่มีเวลามากเท่าที่เราเคยคิดอีกต่อไปแล้ว”

6.“โตเกินไว โตแบบเลขยกกำลัง” (Not a linear growth, exponential growth)

“การเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) คือการที่เราต้องหยุดคิดถึงการเติบโตแบบเส้นตรง แต่คิดแบบเลขยกกำลัง ที่กระโดดขึ้นเป็นเท่าตัวตามเลขชี้กำลัง”

ณัฐพล วิมลเฉลา SingularityU (SU) Bangkok Chapter อธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างของการเติบโตที่รวดเร็วแบบปกติและการเติบโตแบบก้าวกระโดดว่า “ที่เราเห็นว่าการเติบโตในช่วงหลังพลิกแบบหน้ามือเป็นหลังมือนั้น ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีเพิ่งได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วในระยะหลัง แต่เป็นเพราะเราได้ผ่านช่วงยุคเริ่มต้นของดิจิทัล (Digitalization) มาแล้ว ทำให้ตลาดและผู้บริโภคเริ่มคุ้นชินกับพฤติกรรมใหม่ และมีความต้องการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาคนวัตกรรมสามารถส่งเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ตรงความต้องการมากขึ้น การเติบโตต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการเติบโตที่รวดเร็ว แต่เป็นการเติบโตที่กระโดดข้ามความเป็นเท่าตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ”

งานสัมมนา “SingularityU Thailand Summit 2018” จะจัดขึ้นในวันที่ 19-20 มิถุนายน 2561 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล กรุงเทพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานสัมมนาและการจำหน่ายบัตรได้ที่เว็บไซต์ http://www.singularityuthailandsummit.org/ หรือติดตามข่าวสารต่าง ผ่านทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/SingularityUThailandSummit/