14 สตาร์ทอัพไทยผ่านเข้ารอบโครงการ “Allianz Ayudhya Activator” หนุนสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก

1487

หลังจากที่บมจ.อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต ได้ประกาศตัวลุยดิจิทัลเต็มสูบด้วยการเปิดโครงการ “Allianz Ayudhya Activator” ครั้งแรกในไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้กล้าคิดนอกกรอบและกล้าลงมือทำ สร้างธุรกิจแนวใหม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก 

โดยโฟกัส 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เทคโนโลยีด้านประกัน (InsurTech) เทคโนโลยีด้านการเงิน (FinTech) และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HealthTech) เข้ารับการอบรมเข้มข้นตลอด 12 สัปดาห์เพื่อชิงทุนเริ่มต้นธุรกิจ (Seed Investment) มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาทไปเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา

AIA สู้ทุกระยะโรคร้าย

เพราะเชื่อมั่นว่า Startup จะเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในธุรกิจอย่างยิ่งยวด จึงต้องการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของ Startup ไทย อันจะนำมาซึ่งประโยชน์แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

“ไบรอัน สมิธ” กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิต เปิดเผยว่า หลังจากมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ “Allianz Ayudhya Activator” ในรอบแรกกว่า 120 ทีมจากทั่วประเทศ ในเบื้องต้นคณะกรรมการได้คัดเลือกทีมที่มีคุณสมบัติตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ คือ เป็นธุรกิจสตาร์ทอัพที่เกี่ยวโยงกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HealthTech) และอีกปัจจัยสำคัญ คือ ต้องสอดคล้องกับแนวคิดหลักของโครงการ คือ Think global from day one หรือคิดถึงตลาดระดับโลกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น ดังนั้น ทีมที่เลือกจึงต้องมีแนวคิดทางธุรกิจที่เกิดขึ้นได้จริงตรงกับความต้องการของตลาดโลกในปัจจุบัน และสามารถขยายธุรกิจไปสู่ระดับสากลได้

โดยล่าสุดได้คัดเลือกเหลือ 14 ทีมไอเดียบรรเจิดเพื่อเข้ารับการอบรมหลักสูตรสร้างสตาร์ทอัทแบบเข้มข้นเป็นเวลา 12 สัปดาห์ต่อเนื่อง โดยหลักสูตรที่จะได้เรียนรู้มีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การปรับตัวสู่การเป็นสตาร์ทอัพ การสร้างแบรนด์และการเพิ่มมูลค่าธุรกิจสตาร์ทอัพ การหาแหล่งเงินทุน โดยการจดทะเบียน ลิขสิทธิ์ และการเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดทุน

“เทรนด์หลักๆ ที่ทั้ง 14 ทีมนำเสนอสามารถแบ่งได้เป็น 4 เทรนด์ คือ 1.การจัดการข้อมูลสุขภาพ 2.การติดตามข้อมูลสุขภาพของบุคคล 3.การเชื่อมโยงข้อมูลที่ทำให้การดูแลสุขภาพเป็นในลักษณะทางไกลได้ และ 4.นวัตกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น”นายไบรอันกล่าว

นายไบรอัน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นนโยบายที่กลุ่มอลิอันซ์มุ่งมั่นในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ลูกค้าต้องการสินค้าและบริการที่มีความสะดวก รวดเร็ว และไม่ซับซ้อน บริษัทจึงปรับตัวและพัฒนาการบริการที่สร้างความพึงพอใจลูกค้าสูงสุด โดยเฉพาะเทรนด์การดูแลสุขภาพที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตโดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งเป็นสังคมสูงวัยนั้น การดูแลสุขภาพทั้งแบบเชิงป้องกันและเชิงรุกเป็นสิ่งสำคัญและเป็นที่ต้องการ จึงเป็นอีกพื้นที่ที่บริษัทประกันสามารถเข้ามามีบทบาทและช่วยส่งเสริมให้เกิด Solution ในการดูแลสุขภาพที่ครบวงจรได้

“การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือนวัตกรรมด้านดิจิทัลเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะสร้าง Solution ต่างๆ ให้เกิดขึ้น ประกอบกับสตาร์ทอัพที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างสรรค์สินค้าและบริการเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อลิอันซ์ อยุธยา เล็งเห็นความสำคัญของกลุ่มสตาร์ทอัพว่าจะเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นในธุรกิจ จึงต้องการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของสตาร์ทอัพไทย เพื่อประโยชน์แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในอนาคต”นายไบรอันกล่าว

สำหรับ 14 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ ประกอบด้วย 1.DOCTOR A TO Z ซอฟต์แวร์ Medical Tourism แพลตฟอร์มที่ให้บริการทางการแพทย์ให้บริการกับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย และประเทศใกล้เคียงให้เข้ามารักษาตัวหรือตรวจสุขภาพในประเทศไทย 2.GOOGREEN แพลตฟอร์มการเปลี่ยนขยะรีไซเคิลเป็นแต้มสะสม เพื่อมาแลกเป็นรางวัล 3.HEALTH SMILE: SPECIFIC HOME HEALTH CHECKUP แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับตรวจสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง สะดวก และประหยัด 4.INSBEE THAILAND ร่วมงานกับบริษัทประกันเพื่อความเป็นธรรมของคุณช่วยประหยัดค่าเคลมให้บริษัทประกัน บริษัทคืนกำไรนั้นให้คุณ 5.LOOPS แอพพลิเคชั่นสำหรับการเดินทางแบบทางเดียวกันไปด้วยกันสำหรับโรงเรียน

6.MEDIBOOK24 ระบบบันทึกข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลแบบอิเล็กทรอนิกส์ติดตัวคุณไปทุกที่ทุกเวลา สามารถมอนิเตอร์สุขภาพได้แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยวิเคราะห์แนวโน้มสุขภาพได้ 7.THE RED BOX บริหารจัดการทรัพย์สินดิจิทัลของคุณ 8.VITABOOST WELLNESS ให้บริการออกแบบและผลิตวิตามินสูตรเฉพาะของแต่ละคนตามผลเลือดตามหลักเวชศาสตร์ชะลอวัยแบบส่งตรงถึงบ้าน 9.WE CHEF (THAILAND) เปลี่ยนครัวที่บ้านเป็นงาน เปลี่ยนฝีมือทำอาหารเป็นเงิน เชื่อมโยงธุรกิจอาหารและธุรกิจประกันโดยใช้เทคโนโลยีเชื่อมสองเรื่องเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ

10.MEDISEE คอมมูนิตี้ด้านสุขภาพที่เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพจากโรงพยาบาลและคลินิกของคุณ เพื่อให้สิทธิ์การวางแผนสุขภาพเป็นของคุณโดยแท้จริง 11.PILLPOKET แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ API เชื่อมต่อหน่วยธุรกิจด้านสุขภาพ เช่น ร้านขายยา, telemedicine, medical device และบริษัทประกันภัยสำหรับดำเนินธุรกรรมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการเงิน 12.REMOTE-CARE ระบบเพื่อใช้ดูและติดตามข้อมูลสุขภาพของคนที่ท่านรักและห่วงใยผ่านอุปกรณ์สวมใส่ และแจ้งเตือนมายังผู้ดูแลเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ 13.CARPOOL รวมกลุ่มกันขับดีมีเงินคืนสูงสุด 30% ทุกปี และ14.DIAMATE แอพพลิเคชั่นบนมือถือที่ช่วยให้ควบคุมปัจจัยเสี่ยงในการเป็นเบาหวานได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน ด้วยข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่เป็นประโยชน์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นได้ทุกที่

 

 

362Degree.com